ทัวร์ยุโรป (E03_2) GRAND ITALY
9D 6N BY TG
ON ‘ 13 – 21 , 20 – 28 OCT ‘ 17

ราคา
ราคา88,900 บาท
ราคา
ราคา88,900 บาท
* กรุณากรอกข้อที่สำคัญ มิเช่นนั้นจะไม่สามารถดำเนินการต่อได้ค่ะ (Please select all required fields to proceed to the next step.)
* You can select maximum 3 persons per each room.

ดำเนินการจอง

เก็บไว้ดูภายหลัง (Save To Wish List)

Adding item to wishlist requires an account

112

เปิดบริการทุกวัน
โทร. 02 676 3303

แฟกซ์ : 02-287-1043, 02-287-2238
อีเมล : info@pkgjourneyline.net


ไปกับเราดีอย่างไร?

  • ผ่อน0% นาน 3เดือน
  • ครบ 10ท่าน เดินทางแน่นอน
  • ประชุมทัวร์ก่อนออกเดินทาง
  • เข็มกลัดช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน
  • Full service airline
  • Safety bus ได้รับรองจากกรมขนส่งฯญี่ปุ่น
  • พักใกล้ที่เที่ยวเดินทางน้อยลง

ดาวน์โหลดโปรแกรมทัวร์

อัตราค่าบริการ

ผู้ใหญ่ อายุ >12ปี

พักห้องละ
2-3 ท่าน
รวมตั๋วเครื่องบิน
88,900
บาท /ท่าน



ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน
63,900
บาท /ท่าน

เด็ก
ต่ำกว่า
12 ปี มีเตียง

พักรวมกับผู้ใหญ่
รวมตั๋วเครื่องบิน
79,900
บาท /ท่าน



ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน
57,500
บาท /ท่าน

เด็ก
ต่ำกว่า12 ปี
ไม่มีเตียง

พักรวมกับผู้ใหญ่
รวมตั๋วเครื่องบิน
71,500
บาท /ท่าน



ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน
51,500
บาท /ท่าน

พักเดี่ยว
(ห้องSingle)


เพิ่มอีกท่านละ
เพิ่มท่านละ
15,900
บาท /ท่าน
กำหนดการเดินทาง
  • ตั้งแต่ : 13 - ตุลาคม- 2017
  • จนถึง : 28 - ตุลาคม - 2017

วันแรกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

21.30 น.      พร้อมคณะ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

วันที่ 2กรุงเทพฯ – มิลาน(อิตาลี) – มหาวิหารดูโอโม – เวโรน่า– บ้านจูเลียต – จตุรัสเออร์เบ – โรมัน อารีน่า (ด้านนอก) – เวนิส เมสเตร้

00.40น.      นำท่านเดินทางสู่ มิลาน ประเทศอิตาลี โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 940

07.35 น.  เดินทางถึง สนามบินมิลาโน มัลเพนซา กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง และพิธีการทางศุลกากรเรียบร้อยแล้ว เดินทางสู่จุดศูนย์กลางอันศักดิ์สิทธิ์ของเมืองชม มหาวิหารดูโอโมแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ที่ถือว่ามีความใหญ่โตเป็นอันดับสามของโลกเริ่มสร้างในปี 1386 แต่กว่าจะเสร็จต้องใช้เวลากว่า 500 ปี ด้านนอกมีหลังคายอดเรียวแหลมที่ทำจากหินอ่อนจำนวน 135 ยอดและมีรูปปั้นหินอ่อนจากสมัยต่างๆกว่า 3,000 ชิ้นยอดที่สูงที่สุดมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตรของพระแม่มาดอนน่าเป็นสง่าอยู่

เที่ยง       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

บ่าย      เดินทางเข้าสู่เมือง เวโรน่า (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.) นำชม บ้านจูเลียต บ้านเลขที่ 23 ของตระกูลคาปูเลติ (Capuleti) กับเรื่องรักโรแมนติกของโรมิโอกับจูเลียต ณ ระเบียงหินอ่อนเล็กๆแห่งนี้ จูเลียตเคยยืนเฝ้ารอพบโรมิโอทุกค่ำคืน ที่สวนด้านล่างมีรูปปั้นสัมฤทธิ์ของจูเลียตตั้งอยู่ คนเชื่อกันว่า ถ้าแตะตรงหัวใจของรูปปั้นนี้จะมีโชคด้านความรัก เดินต่อไปยัง จตุรัสเออร์เบ ในสมัยจักรวรรดิโรมันเป็นที่ชุมนุมทางเศรษฐกิจการเมือง หรือที่รู้จักกันในนาม Roman Forum บริเวณรอบๆจตุรัส เป็นที่ตั้งของสถาปัตยกรรมเก่าแก่หลายแห่ง อาทิ หอคอยแลมแบร์ตี พระราชวังมัฟเฟสไตล์บารอค เป็นต้น ชมความยิ่งใหญ่ของ โรมัน อารีน่า (ด้านนอก) โรงละครกลางแจ้งโบราณในยุคโรมัน ใหญ่เป็นอันดับสามของอิตาลี แต่มีความสมบูรณ์ที่สุด สร้างจากหินอ่อนสีชมพู ปัจจุบันก็ยังมีการใช้จัดแสดงโอเปร่า หรือ คอนเสิร์ตใหญ่ๆอยู่
เดินทางเข้าสู่ เมืองเวนิส เมสเตร้ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.)

ค่ำ     รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
นำท่านเข้าสู่ที่พัก HOTEL NOVOTEL CASTELLANA, VENICE MESTRE หรือเทียบเท่า
www.accorhotels.com

วันที่ 3เวนิส เมสเตร้ – เกาะเวนิส – สะพานถอนหายใจ – จัตุรัสซาน มาร์โค – พระราชวังดอจ (ด้านนอก) – ปิซ่า – หอเอนปิซ่า

เช้า    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto) เพื่อโดยสารด้วยเรือทัศนาจรสู่ เกาะเวนิส (Venice Island) เมืองในฝันของนักท่องเที่ยวหลายๆคน จากนั้นเดินทางสู่ สะพานถอนหายใจ ทอดข้ามด้านหลังวังของผู้ปกครองเวนิสในอดีตไปยังคุกที่อยู่อีกฟากฝั่งคลองว่ากันว่าสะพานแห่งนี้คือจุดหายใจเฮือกสุดท้ายแห่งอิสรภาพของเหล่านักโทษคุกแห่งนี้เป็นที่คุมขังนักรัก คาสโนว่า ซึ่งเป็นนักโทษเพียงคนเดียวที่สามารถแหกคุกนี้หนีออกมาได้ ชมความสวยงามของ จตุรัสซานมาร์โค (Piazza San Marco) จุดศูนย์กลางของเกาะเวนิสที่รายล้อมด้วยสถานที่สำคัญหลายแห่ง อาทิ มหาวิหารซานมาร์โค (St. Mark’s Basilica) มีฉายาว่าโบสถ์ทอง (Church of Gold) เดิมที่เป็นโบสถ์ส่วนตัวของผู้ครองเมืองในสมัยนั้น ผ่านชม พระราชวังดอจ พระราชวังสไตล์โกธิคของดอจ หรือดยุคผู้ครองเมืองเวนิส สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 แต่เกิดเพลิงไหม้และได้รับการบูรณะและก่อสร้างเพิ่มเติมในระหว่างศตวรรษที่ 14 และ 15 ภายในพระราชวังงดงามด้วยการประดับทองคำและภาพจิตรกรรมมากมาย โดยเฉพาะภาพเขียนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
พิเศษ! สัมผัสความโรแมนติก ในการล่องเรือกอนโดล่า

เที่ยง      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง ลิ้มรส สปาเก็ตตี้หมึกดำ ต้นตำรับจากอิตาลี เสิร์ฟพร้อมซีฟู้ดทอด

บ่าย    เดินทางสู่เมืองปิซ่า (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม.) นำชม หอเอนเมืองปิซ่า (Leaning Tower) สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวเพื่อใช้เป็นหอระฆัง ใช้เวลาสร้างยาวนานถึง 177 ปี ลักษณะเด่นของหอเอนแห่งนี้คือมีความเอียง 3.97 องศา เมื่อดูแล้วเหมือนจะล้ม ส่วนสาเหตุที่เอียงสันนิษฐานว่าเป็นเพราะสร้างอยู่บนพื้นทราย ในปีค.ศ. 1987 องค์กรยูเนสโก้ประกาศให้หอเอนเมืองปิซ่าเป็นมรดกโลก และเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย

ค่ำ     รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
นำท่านเข้าสู่ที่พัก HOTEL TOWER INN VALDERA, PISA หรือเทียบเท่า
www.hotelpisavaldera.com

วันที่4ปิซ่า – หอเอนปิซ่า - ฟลอเรนซ์ – มหาวิหารซานตามาเรีย เดล ฟิโอเร – จตุรัสซินญอเรีย - โรม

เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม หอเอนปิซ่า หอระฆังสร้างจากหินอ่อนสีขาว ทรงกระบอก 8 ชั้น สูง 183.3 ฟุต (55.86 เมตร) ซึ่งใช้เวลาในการก่อสร้างนานกว่า 177 ปี ลักษณะเด่นคือตัวอาคารจะเอียงจากแนวราบระนาบ 3.97 องศา และยังเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่เมือง ฟลอเรนซ์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.) เมืองหลวงแคว้นทัสคานี ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำอาร์โน ต้นกำเนิดของศิลปะแบบเรอเนสซองซ์ อดีตศูนย์กลางด้านสถาปัตยกรรม วรรณกรรม และ วัฒนธรรมอันรุ่งโรจน์ของอิตาลี ที่นี่มีผลงานทางศิลปะที่โด่งดังหลายชิ้น อาทิเช่น รูปปั้นดาวิด และ ภาพวาดกำเนิดวีนัส มหาวิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิโอเร่ (Santa Maria del Fiore) มหาวิหารของเมืองฟลอเรนซ์หรืออสสนวิหารแม่พระแห่งดอกไม้ แห่งนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้หินอ่อนหลายสีมาใช้ในการก่อสร้าง ทั้งสีชมพู สีเขียว และสีขาว ซึ่งนำมาผสมผสานกันได้อย่างงดงาม ภายในไม่มีเสาหรือคานแต่ใช้วิธีวางอิฐซ้อนกัน ถือเป็นอาคารที่สูงสุดในฟลอเรนซ์เพราะทางการห้ามมิให้สร้างอาคารใดๆที่สูงกว่าโดมนี้

เที่ยง     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง ** ทานอิตาเลียนพิซซ่า แผ่นบางกรอบต้นตำรับ ร้อนๆจากเตา**

บ่าย      นำท่านชม จตุรัสซินญอเรีย บริเวณจตุรัสซินญอเรียนี้มีรูปแกะสลักแสดงอยู่มากมาย อาทิเช่น รูปแกะสลักเพอร์ซุส วีรบุรุษกรีกโบราณตอนบั่นคอเมดูซ่า รูปแกะสลักเฮอร์คิวลีส และ รูปสลัก The Rape of the Sabine Women รวมถึงรูปสลักจำลองของเดวิด ผลงานชิ้นเอกอีกชิ้นหนึ่งของ ไมเคิล แองเจโล สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่กรุงโรม (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม.)

ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย
นำท่านเข้าสู่ที่พัก SHERATON PARCO DE’ MEDICI, ROME หรือเทียบเท่า
www.sheratonparcodemedicirome.com
***ที่พักในวันรุ่งขึ้นตั้งอยู่บนเกาะคาปรี คณะทัวร์จะต้องเดินทางโดยเรือ และนั่งรถรางต่อเพื่อไปยังโรงแรมเพื่อความสะดวกจึงขอแนะนำให้ท่านแบ่งสัมภาระเป็นกระเป๋าเดินทางขนาดเล็กโดยจะอยู่ในความดูแลของท่านเองจนถึงโรงแรมที่พัก (บริการยกกระเป๋ามีให้เฉพาะภายในโรงแรม)********

วันที่ 5โรม – ปอมเปอี – ซอเรนโต้ – ท่าเรือซอเรนโต้ – เกาะคาปรี

เช้า     รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
แล้ว เดินทางสู่ ปอมเปอี (Pompeii) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.) เมืองชายทะเลอันงดงามริมอ่าว
เนเปิลส์ทางตอนกลางของประเทศอิตาลี เมื่อประมาณ 2,500 กว่าปีก่อนเป็นเมืองที่มั่งคั่งในทุกๆด้านไม่ว่าจะเป็นด้านสถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงาม ด้านการค้าที่เจริญรุ่งเรือง หรือแม้กระทั่งด้านวัฒนธรรมของชาวเมืองเองก็ตาม

เที่ยง      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

บ่าย  เดินทางสู่ ซอเรนโต้ (Sorrento) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที) เมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงของอิตาลี ตั้งอยู่ริมอ่าวเนเปิลส์ตอนใต้ แม้เมืองแห่งนี้จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่เสน่ห์ของตัวเมือง ตึกและอาคารที่สร้างเล่นสีสันไปตามระดับเขา สีของท้องฟ้าครามและน้ำทะเลใส ก็ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมที่แห่งนี้ได้ไม่ขาดสาย และนำท่านนั่งเรือสู่ เกาะคาปรี (Capri Island) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) สวรรค์ของการตากอากาศของเหล่าคนดังนับตั้งแต่ราชาแห่งแคว้น ศิลปิน นักออกแบบดารา จนถึงนักการเมือง ให้ท่านชมเมืองเล็กๆที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของการพักผ่อนและจุดชมวิวที่สามารถมองลงไปเห็นบ้านเรือนที่เรียงรายไล่ไปตามลาดเขา นอกจากนี้ท้องฟ้าและทะเลของคาปรียังสวยสดด้วยแสงแดดอุ่นๆเกือบทั้งปี

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
นำท่านเข้าสู่ที่พัก HOTEL SYRENE, CAPRI ISLAND หรือเทียบเท่า
www.hotelsyrene.com

วันที่ 6เกาะคาปรี – นั่งเรือชมถ้ำบลูกร็อตโต้ – เนเปิลส์ – โรม

เช้า     รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางไปยังท่าเรือเพื่อขึ้นเรือออกสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อันเป็นที่ตั้งของถ้ำบลูกร็อตโต้ ก่อนเปลี่ยนลงเรือลำเล็กชมความงามของ ถ้ำบลูกร็อตโต้ (ขึ้นอยู่กับระดับน้ำทะเลและสภาพอากาศ) ถ้ำปิดที่มีปากถ้ำอยู่ในทะเล มีจุดเด่นคือ เมื่อแสงตกกระทบกับน้ำทะเลสีครามจะทำให้ภายในบริเวณถ้ำเปล่งประกายไปด้วยแสงสีน้ำเงินเข้มงดงาม จึงเป็นที่มาของชื่อถ้ำแห่งนี้ จากนั้นเดินทางกลับสู่เกาะคาปรี

เที่ยง      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

บ่าย  เดินทางเข้าสู่ เนเปิลส์ (Naples) เดินทางด้วยเรือโดยสาร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) หรือที่นิยมเรียกเป็นภาษาอิตาลีว่าเมืองนาโปลี เมืองที่เริ่มมีการทำพิซซ่าขึ้นเป็นครั้งแรก โดยในขณะนั้นจะใช้การทอด ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นการอบในภายหลัง ชมเมืองที่มีชื่อเสียงทางประวัติศาสตร์ ศิลปะวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ดนตรี และศาสตร์การทำอาหาร เป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญในคาบสมุทรอิตาลีมาตลอด 2,800 ปีนับแต่ก่อตั้งเมืองขึ้นมา จากนั้นเดินทางสู่ กรุงโรม (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.)

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
นำท่านเข้าสู่ที่พัก SHERATON PARCO DE’ MEDICI, ROME หรือเทียบเท่า
www.sheratonparcodemedicirome.com

วันที่ 7โรม – นครวาติกัน – เข้าชมมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ – โคลอสเซียม – โรมันฟอรัม – น้ำพุเทรวี่ – บันไดสเปน – ถนนแฟชั่น เวีย คอนดอตติ

เช้า     รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางเข้าสู่ กรุงโรม ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. เมืองหลวงของประเทศอิตาลี อดีตศูนย์กลางทางอำนาจ และการปกครองของอาณาจักรโรมันอันยิ่งใหญ่ เดินทางสู่ นครวาติกัน (Vatican) รัฐอิสระที่เล็กที่สุดในโลก ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของกรุงโรม โดยมีพระสันตะปาปาเป็นองค์ประมุข เข้าชม มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter’s Basilica) มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป บริเวณทางเข้าก่อนถึงตัวมหาวิหาร ท่านจะทึ่งกับความสวยงามของลานกว้างรูปไข่ที่งดงามอย่างมาก เรียกว่า เปียซซา ซาน พิเอโตรซึ่งล้อมรอบด้วยเสา 284 ต้น และรูปปั้นนักบุญ 96 องค์ และบริเวณกลางลานจะเห็นเสาโอบิลิสก์ อายุกว่า 2,000 ปี เมื่อเข้าไปภายในโบสถ์จะพบกับรูปสลักหินอ่อนพิเอต้า (Pieta) พระแม่มารีอุ้มศพของพระเยซูอยู่บนตัก ผลงานแกะสลักหินอ่อนที่มีชื่อเสียงมากของไมเคิล แองเจโล่ พร้อมร่วมจิตภาวนาขอพรกับรูปปั้นนักบุญปีเตอร์อันศักดิ์สิทธิ์ ชมแท่นบูชาสำหรับพระสันตะปาปาทำพิธีมิสซา ตั้งอยู่เหนือที่ฝังศพของนักบุญปีเตอร์ นำท่านชมเมือง โรม เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอิตาลี โรมเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาในอิตาลีเช่นเดียวกับฟลอเรนซ์ ศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ ณ ใจกลางเมืองอย่าง
โคลอสเซียมได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์กรยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก นอกจากนี้ โรมยังเป็นที่ตั้งของนครรัฐวาติกันอีกด้วย จากนั้นนำท่าน เข้าชมโคลอสเซี่ยม (Colosseum) ความยิ่งใหญ่ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก สนามกีฬายุคโบราณที่สามารถจุคนได้ถึง 50,000 คน มีอายุเก่าแก่ถึง 2,000 ปี เป็นสถานที่สำหรับให้ความบันเทิงในยุคนั้น โดยจัดให้มีการต่อสู้ระหว่าง นักสู้ที่เราเรียกว่า กลาดิเอเตอร์ นอกจากนี้ยังมีการต่อสู้ระหว่างนักโทษกับสัตว์ป่าที่ดุร้าย จากนั้นนำท่านชม โรมันฟอรัม (Roman Forum) (ชมด้านนอก) อดีตอันยิ่งใหญ่ของกรุงโรม ที่เคยเป็นศูนย์กลางของชุมชน ทั้งการเมือง ศาสนา การค้า และการปกครองด้วย ปัจจุบันคงเหลือแต่ซากปรักหักพังแต่ก็ยังสามารถเห็นเค้าโครงของความยิ่งใหญ่ได้

เที่ยง      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

บ่าย  นำชมความงามของ น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) ซึ่งมีรูปปั้นของเทพเจ้าเนปจูนตั้งโดดเด่นอยู่กลางน้ำพุ แห่งนี้ เชื่อกันว่าผู้ที่ได้มาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ แล้วหันหลังใช้มือขวาโยนเหรียญข้ามบ่าซ้ายลงไปในน้ำพุ แห่งนี้แล้วจะได้มีโอกาสได้มาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง เดินเล่นบริเวณ บันไดสเปน (Spanish Steps) ซึ่งเป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป ซึ่งมีทั้งหมด 138 ขั้น เดินทางสู่ ถนนแฟชั่นเวีย คอนดอตติ ถนนสายนี้ทอดยาวอยู่ตรงข้ามบันไดสเปน คือถนนแฟชั่นแห่งกรุงโรม รายล้อมไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนมชื่อดังอย่าง ปราด้า แอร์เมส หลุยส์ วิตตอง ฯลฯ รวมทั้งร้านแบรนด์เนมของอิตาลี

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย
นำท่านเข้าสู่ที่พัก SHERATON PARCO DE’ MEDICI, ROME หรือเทียบเท่า
www.sheratonparcodemedicirome.com

วันที่ 8โรม – กรุงเทพฯ TG 945 (13.55-05.45+1)

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินลีโอนาร์โด ดาวินชี ฟูมิชิโน โรม เพื่อตรวจเช็คเอกสารการเดินทางและสัมภาระ เตรียมตัวเดินทางกลับ

13.55 น.  ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 945

วันที่ 9กรุงเทพฯ

05.45 น.  เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ