ทัวร์ยุโรป (E02_4) ITALY – SWITZERLAND – FRANCE
10D 7N BY TG
ON ‘ 23 SEP – 2 OCT ‘ 17

ราคา
ราคา99,900 บาท
ราคา
ราคา99,900 บาท
* กรุณากรอกข้อที่สำคัญ มิเช่นนั้นจะไม่สามารถดำเนินการต่อได้ค่ะ (Please select all required fields to proceed to the next step.)
* You can select maximum 3 persons per each room.

ดำเนินการจอง

เก็บไว้ดูภายหลัง (Save To Wish List)

Adding item to wishlist requires an account

84

เปิดบริการทุกวัน
โทร. 02 676 3303

แฟกซ์ : 02-287-1043, 02-287-2238
อีเมล : info@pkgjourneyline.net


ไปกับเราดีอย่างไร?

  • ผ่อน0% นาน 3เดือน
  • ครบ 10ท่าน เดินทางแน่นอน
  • ประชุมทัวร์ก่อนออกเดินทาง
  • เข็มกลัดช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน
  • Full service airline
  • Safety bus ได้รับรองจากกรมขนส่งฯญี่ปุ่น
  • พักใกล้ที่เที่ยวเดินทางน้อยลง

ดาวน์โหลดโปรแกรมทัวร์

อัตราค่าบริการ

ผู้ใหญ่ อายุ >12ปี

พักห้องละ
2-3 ท่าน
รวมตั๋วเครื่องบิน
99,900
บาท /ท่าน



ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน
76,900
บาท /ท่าน

เด็ก
ต่ำกว่า
12 ปี มีเตียง

พักรวมกับผู้ใหญ่
รวมตั๋วเครื่องบิน
89,900
บาท /ท่าน



ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน
69,500
บาท /ท่าน

เด็ก
ต่ำกว่า12 ปี
ไม่มีเตียง

พักรวมกับผู้ใหญ่
รวมตั๋วเครื่องบิน
79,900
บาท /ท่าน



ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน
61,500
บาท /ท่าน

พักเดี่ยว
(ห้องSingle)


เพิ่มอีกท่านละ
เพิ่มท่านละ
16,900
บาท /ท่าน
กำหนดการเดินทาง
  • ตั้งแต่ : 23 - สิงหาคม - 2017
  • จนถึง : 2 - ตุลาคม - 2017

วันแรกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

21.00 น.      พร้อมคณะ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทยเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

วันที่ 2กรุงเทพฯ – โรม (อิตาลี) – นครวาติกัน – มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ – น้ำพุเทรวี่ –บันไดสเปน – โคลอสเซียม(ด้านนอก) – ประตูชัยคอนสแตนติน – โรมันฟอรัม(ผ่านชม) – ฟลอเรนซ์

00.50 น.      นำท่านเดินทางสู่ โรม ประเทศอิตาลี โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG944

07.05 น.  เดินทางถึง สนามบินลีโอนาร์โด ดาร์วินชี กรุงโรม ประเทศอิตาลี ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง และพิธีการทางศุลกากรเรียบร้อยแล้ว เดินทางสู่ นครวาติกัน (Vatican) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที รัฐอิสระที่เล็กที่สุดในโลกตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของกรุงโรม โดยมีพระสันตะปาปาเป็นองค์ประมุข เข้าเยี่ยมชม มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter’s Basilica) มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป บริเวณทางเข้าก่อนถึงตัวมหาวิหาร ท่านจะทึ่งกับความสวยงามของลานกว้างรูปไข่ที่งดงามอย่างมาก เรียกว่า เปียซซา ซาน พิเอโตร (Piazza San Pietro) ซึ่งล้อมรอบด้วยเสา 284 ต้น และรูปปั้นนักบุญ 96 องค์ และบริเวณกลางลานจะเห็นเสา โอบิลิสก์ อายุกว่า 2,000 ปี เมื่อเข้าไปภายในโบสถ์จะพบกับรูปสลักหินอ่อนพิเอต้า (Pieta) พระแม่มารีอุ้มศพของพระเยซูอยู่บนตัก ผลงานแกะสลักหินอ่อนที่มีชื่อเสียงมากของไมเคิล แองเจโล่ ชมแท่นบูชาสำหรับพระสันตะปาปาทำพิธีมิสซา ตั้งอยู่เหนือที่ฝังศพของนักบุญปีเตอร์ และอีกหนึ่งความงดงามของสถานที่แห่งนี้คือโดมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 42 เมตร ผสมผสานกับความงดงามของภาพวาดเฟรสโก้ภายใต้โดมขนาดใหญ่นี้ นำท่านเดินทางสู่ โรม (Rome) (ใช้เวลาเดินทาง 20 นาที) เมืองหลวงของประเทศอิตาลี อดีตศูนย์กลางทางอำนาจ และการปกครองของอาณาจักรโรมันอันยิ่งใหญ่ นำชมความงามของ น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) ซึ่งมีรูปปั้นของเทพเจ้าเนปจูนตั้งโดดเด่นอยู่กลางน้ำพุแห่งนี้ เชื่อกันว่าผู้ที่ได้มาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ แล้วหันหลังใช้มือขวาโยนเหรียญข้ามบ่าซ้ายลงไปในน้ำพุแห่งนี้แล้วจะได้มีโอกาสได้มาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง ให้ท่านได้เดินเล่นบริเวณ บันไดสเปน (Spanish Steps) ซึ่งเป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป ซึ่งมีทั้งหมด 138 ขั้น

เที่ยง       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

บ่าย      จากนั้นนำท่านสัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก โคลอสเซียม (Colosseum) (ด้านนอก) สนามกีฬายุคโบราณที่สามารถจุคนได้ถึง 50,000 คน มีอายุเก่าแก่ถึง 2,000 ปี เป็นสถานที่สำหรับให้ความบันเทิงในยุคนั้น โดยจัดให้มีการต่อสู้ระหว่าง นักสู้ที่เราเรียกว่า กลาดิเอเตอร์ และสัตว์ร้ายนานาชนิด เที่ยวชม ประตูชัยคอนสแตนติน ประตูชัยแห่งนี้มีขนาดใหญ่และสภาพสมบูรณ์ที่สุดในกรุงโรม สร้างขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะของจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 1 ที่มีชัยชนะเหนือจักรพรรดิแม็กเซ็นติอัส ในสงคราม Battle of Milvian Bridge จากนั้นเดินทางสู่ โรมันฟอรัม (Roman Forum) ผ่านชม เคยเป็นศูนย์กลางของชุมชน ทั้งการเมือง ศาสนา การค้า และการปกครองด้วย ปัจจุบันคงเหลือแต่ซากปรักหักพังแต่ก็ยังสามารถเห็นเค้าโครงของความยิ่งใหญ่ได้ จากนั้นเดินทางสู่ ฟลอเรนซ์ (ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. 30 นาที) เมืองหลวงของแคว้นทัสคานี ต้นกำเนิดของศิลปะแบบเรอเนซองส์ อดีตศูนย์กลางด้านสถาปัตยกรรม วรรณกรรม และวัฒนธรรมอันรุ่งโรจน์ ดินแดนที่มีเสน่ห์อันน่าหลงใหลแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวใฝ่ฝันมาเยือนมากที่สุด

ค่ำ     รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารของโรงแรม
นำท่านเข้าสู่ที่พัก STARHOTELS VESPUCCI, FLORENCE หรือเทียบเท่า
www.starhotels.com

วันที่ 3ฟลอเรนซ์ – ปิซ่า – หอเอนปิซ่า– ซานตามาเรีย เดอ ฟีโอเร่ – จัตุรัสเดลลาซินญอเรีย – สะพานเวคคิโอ – เวนิส เมสเตร้ (ฝั่งแผ่นดินใหญ่)

เช้า     รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่ เมืองปิซ่า (ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.) นำชม หอเอนเมืองปิซ่า (Leaning Tower) สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวเพื่อใช้เป็นหอระฆัง ใช้เวลาสร้างยาวนานถึง 177 ปี ลักษณะเด่นของหอเอนแห่งนี้คือมีความเอียง 3.97 องศา เมื่อดูแล้วเหมือนจะล้ม ส่วนสาเหตุที่เอียงสันนิษฐานว่าเป็นเพราะสร้างอยู่บนพื้นทราย ในปีค.ศ. 1987 องค์กรยูเนสโก้ประกาศให้หอเอนเมืองปิซ่าเป็นมรดกโลก และเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย เดินทางเข้าสู่ฟลอเรนซ์ ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. เขตเมืองเก่า ที่ได้รับการคัดเลือกจากองค์กรยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.1982

เที่ยง      รับประทานอาหารกลางวันณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
**ทานอิตาเลียนพิซซ่าแผ่นบางกรอบต้นตำรับร้อนๆจากเตา

บ่าย    ชมความยิ่งใหญ่ของสัญลักษณ์ประจำเมือง วิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิโอเร่ (Santa Maria del Fiore) วิหารของเมืองฟลอเรนซ์แห่งนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้หินอ่อนหลายสีมาใช้ในการก่อสร้าง ทั้งสีชมพู สีเขียว และสีขาว ซึ่งนำมาผสมผสานกันได้อย่างงดงาม และอีกอย่างหนึ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือโดมที่ท่านสามารถมองเห็นได้ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของเมือง ใกล้กันเป็น จตุรัสเดลลาซิญญอเรีย (Piazza della Signoria) ที่มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของรูปปั้นเดวิด ผลงานที่มีชื่อเสียงของไมเคิล แองเจโล่ บริเวณนี้มีรูปแกะสลักจัดแสดงอยู่มากมาย อาทิ รูปแกะสลักเพอร์ซุส (Perseus) วีรบุรุษกรีกโบราณตอนบั่นคอเมดูซ่า รูปแกะสลักเฮอร์คิวลีส และรูปสลัก The Rape of the Sabine Women ถัดมาริมฝั่งแม่น้ำอาร์โน จะพบกับ สะพานเวคคิโอ (Vecchio) สร้างขึ้นเมื่อประมาณ ค.ศ.1333 อายุประมาณ 600 กว่าปี ถือว่าเป็นสะพานที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง ความแปลกตาก็คือจะมีร้านขายทองและอัญมณีอยู่ทั้งสองฝั่งของสะพาน เดินทางสู่ เวนิส เมสเตร้ (Venice Mestre) (ฝั่งแผ่นดินใหญ่) (ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.) เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต เวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริก เป็นเมืองท่าโบราณ และเป็นเมืองที่ใช้คลองในการคมนาคมมากที่สุด มีอาคาร ร้านอาหาร บ้านเมืองแบบดั้งเดิมตั้งอยู่ริมคลอง เวนิสได้รับฉายาว่า เมืองแห่งสายน้ำ และเมืองแห่งสะพาน

ค่ำ     รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
นำท่านเข้าสู่ที่พัก HOTEL NOVOTEL, VENICE MESTRE หรือเทียบเท่า
www.accorhotels.com

วันที่4เวนิส เมสเตร้ – เกาะเวนิส – จตุรัสซานมาร์โค – พระราชวังดอจ – สะพานถอนหายใจ –สะพานริอัลโต – มิลาน – มหาวิหารดูโอโม่ – แกลลอเรีย วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล – มิลาน

เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
โดยสารด้วยเรือทัศนาจรสู่ เกาะเวนิส (Venice Island) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เมืองในฝันของนักท่องเที่ยวหลายๆคน ชมความสวยงามของ จตุรัสซานมาร์โค (Piazza San Marco) จุดศูนย์กลางของเกาะเวนิสที่รายล้อมด้วยสถานที่สำคัญหลายแห่ง ผ่านชม พระราชวังดอจ พระราชวังสไตล์โกธิคของดอจ หรือดยุคผู้ครองเมืองเวนิส สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 แต่เกิดเพลิงไหม้และได้รับการบูรณะและก่อสร้างเพิ่มเติมในระหว่างศตวรรษที่ 14 และ 15 ภายในพระราชวังงดงามด้วยการประดับทองคำและภาพจิตรกรรมมากมายโดยเฉพาะภาพเขียนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก วังแห่งนี้ยังมีคุกขังนักโทษอันน่าสะพรึงขวัญอยู่ชั้นใต้ดิน ซึ่งถูกเชื่อมด้วยทางเดินแคบๆ ไปยังสะพานข้ามคลองสู่แดนคุมขัง สะพานแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกว่า สะพานถอนหายใจ (Ponte dei Sospiri หรือ Bridge of Sighs) เป็นสะพานที่ให้นักโทษข้ามไปเพื่อเข้าคุกและจะไม่ได้กลับมาอีก รวมทั้งเป็นที่คุมขังนักรัก คาสโนว่า ซึ่งเป็นนักโทษเพียงคนเดียวที่สามารถแหกคุกนี้หนีออกมาได้ และอีกหนึ่งสะพานที่โด่งดังและมีชื่อเสียงมากที่สุดคือ สะพานริอัลโต ที่มีการแข่งขันการออกแบบสะพานหินเพื่อข้ามคลองแกรนด์คาแนล (ทดแทนสะพานไม้รุ่นเก่า)

เที่ยง      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
**ลิ้มรส สปาเก็ตตี้หมึกดำต้นตำรับจากอิตาลี เสิร์ฟพร้อมซีฟู๊ดทอด

บ่าย      เดินทางต่อสู่ มิลาน (Milan) (ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.) เมืองใหญ่เป็นอันดับสองรองจากกรุงโรม ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี มิลานได้ชื่อว่าเป็นหลวงแห่งแฟชั่นชั้นนำของโลกอีกเมืองหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของประเทศอิตาลีอีกด้วย เดินทางชม มหาวิหารดูโอโม่แห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) มหาวิหารนี้สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ที่ถือว่ามีความใหญ่โตเป็นอันดับสามของโลก เริ่มสร้างในปี 1386 แต่กว่าจะเสร็จต้องใช้เวลากว่า 400 ปี ด้านนอกมีหลังคายอดเรียวแหลมที่ทำจากหินอ่อนจำนวน 135 ยอดและมีรูปปั้นหินอ่อนจากสมัยต่างๆกว่า 2,245 ชิ้น ยอดที่สูงที่สุดมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตรของพระแม่
มาดอนน่าเป็นสง่าอยู่ จากนั้นเชิญท่านอิสระกับการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังของโลก อาทิ LV, PRADA, GUCCI, TOD’S เป็นต้น ที่ แกลลอเรียวิคเตอร์เอ็มมานูเอล (Galleria Victor Emmanuel II) (ที่ตั้งร้าน Prada ร้านแรกของโลก)

ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
นำท่านเข้าสู่ที่ HOTEL NOVOTEL NORD CA GRANDA, MILAN หรือเทียบเท่า
www.accorhotels.com

วันที่ 5มิลาน – ลูเซิร์น (สวิตเซอร์แลนด์) – สะพานไม้ชาเปล – อนุสาวรีย์สิงโตหิน – อินเทอร์ลาเก้น

เช้า     รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางเข้าสู่เมือง ลูเซิร์น (Lucerne) (ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.) อดีตหัวเมืองโบราณของสวิตเซอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์เป็นดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า หลังคาแห่งทวีปยุโรป (The Roof of Europe) เพราะนอกจากจะมีเทือกเขาสูงเสียดฟ้าอย่างเทือกเขาแอลป์แล้ว ยังมีภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตามเนินเขา และไหล่เขา สลับแซมด้วยดงดอกไม้ป่าและทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม

เที่ยง      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย

บ่าย  แวะถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์สิงโตหิน (The Lion Monument) ที่แกะสลักอยู่บนหน้าผา ที่หัวของสิงโตจะมีโล่ซึ่งมีกากบาทสัญลักษณ์ของสวิตเซอร์แลนด์อยู่โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่ความกล้าหาญ ซื่อสัตย์และจงรักภักดีของทหารสวิตฯที่เสียชีวิตไปในการต่อสู้ป้องกันพระราชวัง ระหว่างการปฏิวัติใหญ่ของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ค.ศ.1792 ในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 จากนั้นชม สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) เป็นสะพานไม้ที่เก่าที่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปีเป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองอินเทอร์ลาเก้น (ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.)

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
นำท่านเข้าสู่ที่พัก HOTEL BELLEVUE, INTERLAKEN หรือเทียบเท่า
www.hotel-bellevue-interlaken.ch

วันที่ 6อินเทอร์ลาเก้น – กรินเดลวัลด์ กรุนด์ – นั่งรถไฟขึ้นยอดเขาจุงเฟรา – บาเซิล

เช้า    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่สถานี กรินเดลวัลด์ กรุนด์ (Grindelwald Grund) (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) เพื่อ นั่งรถไฟขึ้นยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch) (นั่งรถไฟ 1ชม. 50 นาที) โดยรถไฟ Jungfraubahn รถไฟสายธรรมชาติที่มุ่งสู่สถานีจุงเฟรายอค สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป ได้ชื่อว่าเป็น Top of Europe ระหว่างทางท่านสามารถเก็บภาพความสวยงามของธรรมชาติ หมู่บ้านพื้นเมือง ธารน้ำแข็ง และหิมะขาวโพลนจนถึงจุดที่สูงที่สุดของยุโรป เพื่อพิชิตยอดเขาจุงเฟรา ซึ่งมีความสูงถึง 3,454 เมตร นักท่องเที่ยวหลายๆคนบอกว่าที่นี่สวยงามดุจดินแดนแห่งสวรรค์ เพราะยอดเขาแห่งนี้ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี ทำให้ในปี 2001 องค์กรยูเนสโก้ประกาศให้ยอดเขาจุงเฟราเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป ชมประวัติการสร้างทางรถไฟ ชมถ้ำน้ำแข็ง Ice Palace ที่สร้างโดยการเจาะธารน้ำแข็งเข้าไปภายในและแกะสลักน้ำแข็งเป็นรูปต่างๆอย่างสวยงาม ชมวิวทิวทัศน์และสัมผัสหิมะที่ลาน Plateau และจุดชมวิว Sphinx Viewpoint ที่สร้างยื่นออกไปเหนือ Aletsch Glacier ที่มีความยาวที่สุดในโลกถึง 23 กม.

เที่ยง      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารบนยอดเขาจุงเฟรา
ลิ้มรสชีสฟองดูว์ อาหารพื้นเมืองสวิสฯ (Appetizer)

บ่าย  เดินทางลงจากยอดเขาจุงเฟรา เพื่อเดินทางสู่เมือง อินเทอร์ลาเก้น

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง บาเซิล (ใช้เวลาประมาณ 2 ชม)
นำท่านเข้าสู่ที่พัก HOTEL NOVOTEL, BASEL หรือเทียบเท่า
www.accorhotels.com

วันที่ 7บาเซิล – นั่งรถไฟ TGV (ชั้น 2) สู่ปารีส (ฝรั่งเศส) – มหาวิหารซาเครเกอร์ – มหาวิหารนอร์ทเธอดาม – จัตุรัสคองคอร์ด – พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (ผ่านชม) – ประตูชัย – ล่องเรือบาโตมูช

เช้า     รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่ปารีสนำท่าน นั่งรถไฟ TGV (ชั้น 2) วิ่งด้วยความเร็ว 250 กม./ชม. (ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. 45 นาที) สู่สถานีรถไฟ Gare de Lyon ปารีส (Paris) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแซน บริเวณตอนเหนือของประเทศ บนใจกลางแคว้นอีล-เดอ-ฟรองซ์ ปัจจุบันกรุงปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลก และด้วยอิทธิพลของการเมือง การศึกษาบันเทิง สื่อแฟชั่น วิทยาศาสตร์ และศิลปะทำให้กรุงปารีสเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เที่ยง      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย

บ่าย  นำท่านชม มหาวิหารซาเครเกอร์ มหาวิหารแบบโรมันไบแซนไทน์ที่ตั้งอยู่บนยอดเขามงมาทร์ที่สูงที่สุดในปารีส อุทิศให้แด่พระหฤทัยของพระเยซู และชาวฝรั่งเศษที่เสียชีวิตในสงครามกับรัสเซียนอกจากนี้ยังมีรูปสำริดของโยนออฟอาร์ค (Joan of Arc) ประดับอยู่ที่ด้านหน้าของซุ้มประตูด้วย นำท่านชม มหาวิหารนอร์ทเธอดาม สถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่มีความสวยงามสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระแม่มารี ลักษณะเด่นของวิหารแห่งนี้คือหอคอยคู่ที่อยู่ด้านหน้าความสูง 69 เมตร รูปปั้นด้านหน้าของพระแม่มารี อันเป็นที่ศรัทธาของคริสตศาสนิกชน ส่วนภายในมีลักษณะเป็นห้องโถงโล่งมีทางเดินยาวไปยังแท่นพิธี อีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ท่านสะดุดตาก็คือ Rose Window กระจกสีทรงกลมที่มีกลีบเหมือนกลีบดอกกุหลาบสวยงามมาก จากนั้นนำท่านชม จตุรัสคองคอร์ด (Place De La Concord) เป็นจัตุรัสที่กว้างใหญ่ที่สุดในกรุงปารีส สร้างในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 สิ่งสำคัญที่จัตุรัสนี้ คือ เสาหินโอเบลิสก์ขนาดใหญ่ สูง 23 เมตร อายุกว่า 3,000 ปี คำว่า “โอเบลิสก์” มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกคือ Obeliskos หมายถึง เหล็กแหลม เข็มหรือ เสาปลายแหลม ลักษณะของเสาโอเบลิสก์จะเป็นเสาสูง สร้างจากหินแกรนิตขนาดใหญ่เพียงก้อนเดียว ฐานของเสาจะกว้างและค่อยๆ เรียวแหลมขึ้นสู่ยอดด้านบนเป็นแท่งสี่เหลี่ยมสี่ด้าน ยอดบนสุดจะเป็นลักษณะเหมือนปิรามิด และมักนิยมหุ้มหรือเคลือบด้วยโลหะ เช่น ทองคำ เหล็ก หรือ ทอง นอกจจากนี้ยังเป็นลานประหารชีวิตพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และ พระนางมารีอังตัวเนตด้วยเครื่องกิโยติน จากนั้นผ่านชม พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ตัวอาคารเดิมเคยเป็นพระราชวังหลวง ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีคนเข้าชมมากที่สุดในโลก มีผลงานทรงคุณค่าทั้งทางศิลปะและประวัติศาสตร์เป็นจำนวนมากกว่า 35,000 ชิ้น อาทิภาพเขียนโมนาลิซ่า ,The Virgin and Child with St.Anne, Madonna of the Rocks ของเลโอนาร์โด ดาวินชี่หรือรูปปั้น Venus de Milo ของอเล็กซานดรอสแห่งแอนทีออก
ประตูชัย (Arc de Triomphe) ซึ่งเป็นเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญในกรุงปารีส ตั้งอยู่กลางจัตุรัสชาร์ลส์ เดอ โกล หรือ จตุรัสแห่งดวงดาว สร้างขึ้นเพื่อเป็นการสดุดีวีรชนทหารกล้าที่ได้ร่วมรบเพื่อประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสงครามนโปเลียน Virgin and Child with St. Anne, Madonna of the Rocks ของเลโอนาร์โด ดาวินชีหรือรูปปั้น Venus de Milo ของอเล็กซานดรอสแห่งแอนทีออก จากนั้น ล่องเรือบาโตมูช ชมความสวยงามของสองฝากฝั่งแม่น้ำแซน ซึ่งระหว่างทางจะผ่านสถานที่สำคัญๆ เช่นพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ โบสถ์นอร์ทเธอดาม สะพานอเล็กซานเดอร์ที่ 3 รวมทั้งโบราณสถาน และอาคารที่เก่าแก่สร้างด้วยศิลปะแบบเรอเนสซองส์อีกหลายแห่ง

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
**หอยเอสคาร์โก้พร้อมสเต็กของหวาน และไวน์
นำท่านเข้าสู่ที่พัก CROWNE PLAZA HOTEL NEUILLY, PARIS หรือเทียบเท่า
www.crowneplaza.com/NeuillySurSeine

วันที่ 8ปารีส – พระราชวังแวร์ซายส์ (มีไกด์บรรยายไทย) –หอไอเฟล (ด้านนอก) – ช้อปปิ้ง กาเลอรี ลาฟาแยต

เช้า     รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่ พระราชวังแวร์ซายส์ (Versailles Palace) (มีไกด์บรรยายภาษาไทยด้านใน) พระราชวังที่ได้ชื่อว่างดงามและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังมีสไตล์การตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ หรืออย่างที่เราเรียกว่า หลุยส์ นั่นเอง นำท่านชมความงามของห้องต่างๆ อาทิ ห้องอพอลโล ห้องฮอลล์ออฟมิเรอร์ ห้องนโปเลียน แต่ละห้องของพระราชวังล้วนตกแต่งด้วยภาพเขียนสีแบบเฟรสโก้ โดยช่างฝีมือเอกชาวฝรั่งเศส ควรค่าแก่การยกย่องให้เป็นพระราชวังที่งดงามล้ำค่าที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ชมวิวบน หอไอเฟล ประติมากรรมเหล็กขนาดใหญ่นี้สร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 100 ปี หลังการปฏิวัติฝรั่งเศส ซึ่งประชาชนในสมัยนั้นคัดค้านและบอกว่า เป็นประติมากรรมที่มีรูปทรงน่าเกลียดที่สุดในโลก แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองและมีผู้คนอยากมาเห็นมากที่สุดในโลก ให้ท่านถ่ายภาพอันน่าประทับใจไว้เป็นที่

เที่ยง      รับประทานอาหารกลาง ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
อิสระให้ท่านช้อปปิ้งที่ กาเลอรี-ลาฟาแยต (Galeries Lafayette) ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในฝรั่งเศษแหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องสำอางค์

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
นำท่านเข้าสู่ที่พัก CROWNE PLAZA HOTEL NEUILLY, PARIS หรือเทียบเท่า
www.crowneplaza.com/NeuillySurSeine

วันที่ 9ปารีส – กรุงเทพ TG 931 (14.25 – 06.05 +1)

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่ สนามบิน ชาร์ลส์ เดอ โกล กรุงปารีส เพื่อตรวจเช็คเอกสารการเดินทางและสัมภาระ เตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯ

14.25น.   ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 931

วันที่ 10เดินทางถึงกรุงเทพฯ

06.05 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ