ไต้หวัน

ทะเลสาบสุริยันจันทรา เป็นแหล่งน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไต้หวัน เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากในไต้หวัน ทะเลสาบสุริยันจันทราตั้งอยู่ที่จังหวัดหนานโถว เมืองหยวีฉือ บริเวณโดยรอบของทะเลสาบเป็นบ้านเรือนของชาวเซ่า (邵) หนึ่งในชนเผ่าพื้นเมืองในไต้หวัน ทะเลสาบสุริยันจันทราล้อมรอบไปด้วยเกาะเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ลาหลู่ (拉魯) ทางด้านฝั่งตะวันออกของทะเลสาบคล้ายกับมีพระอาทิตย์ ในขณะเดียวกันทางด้านตะวันตกคล้ายกับมีพระจันทร์ จึงเป็นที่มาของชื่อทะเลสาบสุริยันจันทรา ทัศนียภาพของพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกเป็นที่ดึงดูดทุกคนที่ได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้

วัดพระถังซัมจั๋ง วัดแห่งนี้มีศาสนสถานที่สำคัญอีกคือ เจดีย์ หรือ ถะ ซึ่งมีตำนานเล่าขานกันว่าพระถังซัมจั๋งได้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้นตรงตำแหน่งที่มีห่านป่าตกลงมา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่แปลก และเชื่อว่าห่านป่าตัวนั้นเป็นพระโพธิสัตว์ พระถังซัมจั๋งจึงสร้างเจดีย์ขึ้นเพื่อเป็นระลึกถึงพระโพธิสัตว์พระองค์นั้น รวมไปถึงใช้พระเจดีย์เป็นที่เก็บรักษาพระบรมธาตุรวมทั้งพระคัมภีร์ที่อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย พระถังซัมจั๋งถือได้ว่า เป็นพระสงฆ์ที่ฝักใฝ่การศึกษา ซึ่งท่านได้เรียบเรียงบันทึกเกี่ยวกับพุทธศาสนาในอินเดีย ถวายแด่พระเจ้าถังเกาจง พระจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ถังในเวลานั้น และยังมีบทความที่เขียนอีกมากมาย จึงและกลายแรงบันดาลใจให้กับนักปราชญ์เป็นจำนวนมาก ด้วยเพราะเหตุนี้ทำให้พระถังซัมจั๋งได้รับการยกย่องเคารพนับถืออย่างกว้างขวาง

อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ เป็นอุทยานแห่งชาติใหญ่เป็นอันดับ 2 ของไต้หวัน อุทยานแห่งนี้มีอาณาเขตครอบคลุม พื้นที่ 3 เมือง ได้แก่ ฮัวเหลียน หนานโถว และ ไถจง อุทยานแห่งนี้มีทัศนียภาพของหุบเขา และเทือกเขาสลับซับซ้อนสวยงาม และยังมีวัฒนธรรม ประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไต้หวันมีวนอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ซึ่งอุทยานแห่งนี้เป็นหนึ่งในอุทยานที่งดงามไม่แตกต่างกับแกรนด์แคนยอนของประเทศอเมริกา ถึงขนาดที่ชาวไต้หวันเปรียบว่าเป็นเสมือนสวรรค์บนดิน

อุทยานเย๋หลิ่ว อุทยานธรณีเย่หลิว (Yehliu Geopark, 野柳地質公園) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของไต้หวัน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของเมืองนิวไทเป (New Taipei City) เขตตำบลว่านหลี่ (Wanli District) ด้วยความโดดเด่นทางธรณีวิทยากับหินรูปร่างแปลกตา ซึ่งภูมิทัศน์หินของเย่หลิวถือเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกอีกแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้

พิพิธภัณฑ์แห่งกู้กง พิพิธภัณท์พระราชวังแห่งชาติกู้กง(National Palace Museum, 國立故宮博物院) เป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดของเมืองไทเป และไต้หวัน อยู่ชานเมืองตอนบนชิดริมเนินเขาของไทเป กินอาณาบริเวณกว้างขวาง มีโซนจัดแสดงหลักอยู่ในอาคารขนาดใหญ่ที่มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่งดงามตามแบบพระราชวังจีนโบราณโดยมีผนังสีเหลืองและหลังคาเซรามิคสีเขียว สูง 4 ชั้น 1 อาคารและอีกสองโถงจัดนิทรรศการ ซึ่งมีการจัดแสดงสมบัติโบราณวัตถุและศิลปะต่างๆของชาวจีนอยู่มากกว่า 700,000 ชิ้นงาน ทำให้เป็นพิพิธภัณท์ที่มีการจัดแสดงโบราณวัตถุที่มากที่สุดในโล

ศูนย์ปะการังแดง ศูนย์ปะการังแดง เป็นศูนย์ประการังที่ใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งประการังแดงถือเป็นอัญมณีชั้นสูง และเป็นที่แพร่หลายของชาวไต้หวัน มีพลังพิเศษช่วยในการปรับสมดุลของร่างกาย ซึ่งประการังแดงนี้ จะอาศัยอยู่ใต้ทะเลลึกถึง 1800 เมตร โดยในอดีต จะเป็นเครื่องประดับสำหรับราชวงศ์และเหล่าบรรดาขุนนาง ข้างในศูนย์ประการังแดง ไม่ให้ถ่ายรูป แต่ส่วนมากก็จะเป็นประการังแดงที่ทำเป็นเครื่องประดับนานาชนิด ได้สร้อยข้อมือมาเส้นหนึ่ง สนนราคาที่ 2800 หลังจากที่คนขายบอกว่าใส่แล้วเลือดลมไหลเวียน ท้าพิสูจน์จากการใส่แล้ววัดที่เครื่องวัดการไหลเวียนของเลือด รับประกัน 10 ปี ซื้อมาแล้วคงต้องใส่เรื่อยๆ เผื่อเลือดลมจะได้หมุนเวียนดีขึ้น

ตึกไทเป101 เดิมชื่อ ศูนย์การเงินโลกไทเป เป็นตึกระฟ้าจุดสงเกตตั้งอยู่ในย่านซินยี กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน อาคารดังกล่าวจัดเป็นอาคารสูงที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการตั้งแต่ พ.ศ. 2547 กระทั่งการเปิดตัวอาคารเบิร์จคาลิฟา ดูไบ ใน พ.ศ. 2553 ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2554 อาคารดังกล่าวได้รับเอกสารรับรองลีดแพลตินัม รางวัลสูงสุดในระบบการจัดอันดับผู้นำการออกแบบพลังงานและสิ่งแวดล้อม และกลายเป็นอาคารสีเขียวสูงที่สุดและใหญ่ที่สุดในโลก ไทเป 101 ได้รับการออกแบบโดย ซี.วาย. ลี และหุ้นส่วน และผู้ก่อสร้างหลัก คือ ธุรกิจร่วมทุนเคทีอาร์ที (KTRT Joint Venture) อาคารดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของไต้หวันสมัยใหม่นับแต่เปิดตัว และได้รับรางวัลตึกระฟ้าเอ็มพอริส พ.ศ. 2547[4] มีการยิงดอกไม้ไฟจากไทเป 101 ซึ่งโดดเด่นในการแพร่ภาพวันสิ้นปีสากลและอาคารมักปรากฏบ่อยครั้งในสิ่งตีพิมพ์ท่องเที่ยวและสื่อนานาชาติ ไทเป 101 มี 101 ชั้นเหนือพื้นดิน และอีก 5 ชั้นใต้ดิน อาคารดังกล่าวสร้างขึ้นทางสถาปัตยกรรมเป็นสัญลักษณ์แห่งวิวัฒนาการของเทคโนโลยีและประเพณีเอเชีย การใส่หลังสมัยใหม่นิยมเข้าไปในสไตล์ซึ่งรวมองค์ประกอบการออกแบบดั้งเดิมและจัดการแบบสมัยใหม่ อาคารได้รับการออกแบบให้ทนพายุไต้ฝุ่นและแผ่นดินไหว ศูนย์การค้าหลายชั้นซึ่งอยู่ติดกับอาคารเป็นที่ตั้งของร้านค้าทันสมัย ร้านอาหารและคลับหลายร้อยแห่ง ไทเป 101 มีบริษัทศูนย์การเงินไทเปเป็นเจ้าของ และจัดการโดยฝ่ายต่างประเทศของบริษัทค้าปลีกอสังหาริมทรัพย์เมือง (Urban Retail Properties Corporation) ซึ่งตั้งอยู่ในชิคาโก ชื่อที่เดิมวางแผนไว้สำหรับอาคาร ศูนย์การเงินโลกไทเป มาจากชื่อเจ้าของ ใช้กระทั่ง พ.ศ. 2546 และชื่อเดิมในภาษาจีนแปลตามตัวอักษรได้ว่า ศูนย์การเงินระหว่างประเทศไทเป

หอที่ระลึกเจียงไคเช็ค อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก(Chiang Kai-Shek Memorial Hall) เป็นหนึ่งสัญญลักษณ์ของประเทศไต้หวัน และสถานที่ท่องเที่ยวหลักที่ต้องมาของเมืองไทเป สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1976 เพื่อเป็นการรำลึกและเทิดทูนอดีตประธานาธิบดีเจียง ไคเชก เป็นอาคารสีขาวทั้ง 4 ด้านมีหลังคาทรง 8 เหลี่ยมสีน้ำเงินแบบสถาปัตยกรรมแบบจีน ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลางของจตุรัสเสรีภาพ(Freedom Square) มีบันไดด้านหน้า 89 ขั้นเท่ากับอายุของท่านประธานาธิบดี โดยภายในจะมีรูปปั้นทำจากทองสัมฤทธิ์ของท่านในท่านั่งขนาดใหญ่ที่มีใบหน้ายิ้มแย้มต่างจากรูปปั้นของท่านในที่อื่นๆ ซึ่งจะมีทหารยืนเฝ้าไว้ 2 นายตลอดเวลา และที่กำแพงด้านในหลังจะมีข้อความปรัชญาทางการเมืองการปกครองของท่านอยู่ 3 คำ คือ จริยธรรม ประชาธิปไตย และวิทยาศาสตร์

วัดหลงซันซื่อ วัดหลงซาน(Lungshan Temple, 艋舺龍山寺)เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทเป ตั้งอยู่ในแถบย่านเมืองเก่า มีอายุเกือบ 300 ร้อยปีแล้ว สร้างขึ้นโดยคนจีนชาวฝูเจี๊ยนช่วงปีค.ศ. 1738 เพื่อเป็สถานที่สักการะบูชาสิ่งศักสิทธิ์ตามความเชื่อของชาวจีน มีรูปแบบทางด้านสถาปัตยกรรมคล้ายกับวัดพุทธของจีนแต่มีลูกผสมของความเป็นไต้หวันเข้าไปด้วย จนบางคนเรียกกันว่าเป็นวัดสไตล์ไต้หวัน ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวไม่ควรพลาดของเมืองไทเป

หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น จิ่วเฟิ่น (Jiufen) เป็นเมืองเล็กๆ บนขุนเขาเลียบทะเล ไม่ไกลจากไทเปซึ่งเป็นเมืองหลวงของไต้หวันนัก เมืองนี้เคยรุ่งเรืองมากในฐานะเมืองผลิตทองในยุคอาณานิคมญี่ปุ่น จากนั้นได้ผันตัวมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตในไต้หวันด้วยเสน่ห์อันน่าค้นหาที่ซ่อนอยู่ตามตรอกซอกซอยของถนนสายเก่าจิ่วเฟิ่น เสน่ห์สำคัญของถนนสายนี้คือโคมไฟกระดาษสีแดงที่ประดับประดาอยู่หน้าร้านรวงต่างๆ พอดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไป โคมไฟเหล่านี้ต่างก็สว่างขึ้น เสกให้เมืองนี้ดูราวกับว่าต้องเวทมนตร์ คึกคักไปคนละแบบจากตอนกลางวัน

Leave a Reply