นิวซีแลนด์

หมู่บ้านฮอบบิท "บ้านฮอบบิท" ( Hobbit holes) สถานที่หลักสำหรับถ่ายทำฉากภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงจำนวนหลายเรื่อง เช่น ปีเตอร์แจ็คสัน ( Peter Jackson) , ภาพยนตร์ไตรภาคเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ( Lord of the Rings film trilogy) ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลนิวซีแลนด์ได้ตัดสินใจปรับให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักของเมือง ซึ่งสามารถสังเกตุได้จากป้ายบนถนนสายหลักว่า "ยินดีต้อนรับสู่ฮอบบิตัน" (Welcome to Hobbiton) ฮอบบิตัน (Hobbiton) เป็นหมู่บ้านซึ่งเป็นที่ตั้งของ แบ๊กเอนด์ อันเป็นเนินสูงอยู่เหนือเขตแบ๊กช็อตโรว์ เป็นที่อยู่ของบิลโบ แบ๊กกิ้นส์ โฟรโด แบ๊กกิ้นส์ และ แซมไวส์ แกมจี ที่นี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นและจุดสุดท้ายของการผจญภัยในนิยายเรื่อง เดอะฮอบบิท และ เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์

น้ำตกฮูก้า ( Huka falls ) เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในแถบแม่น้ำไวกาโต( Waikato ) ที่ซึ่งแม่น้ำไวกาโตกระโจนผ่านช่องเขาแคบ ๆ และข้ามชันหินสูง 11 เมตรซึ่ง มีกระแสน้ำตกลงมากกว่า 300,000 ลิตรต่อวินาที เป็นน้ำตกที่สวยงามเมื่อต้องแสงแดด ฝอยน้ำที่เย็นเฉียบจะ ทอประกายสีเขียวอมฟ้าก่อนไหลลงสู่สระน้ำเบื้องล่าง

ถ้ำหนอนเรืองแสง ถ้ำเรืองแสงสุดแปลกประหลาดนี้ มีชื่อว่า ถ้ำไวโทโม(Waitomo Caves) ซึ่งเป็นภาษาพื้นเมืองที่ได้จากการรวมคำสองคำ คือคำว่า “wai” แปลว่า “น้ำ” และคำว่า “tomo” แปลว่า “หลุม บ่อ หรือ ถ้ำ” เมื่อนำมารวมกันจึงมีความหมายว่า ถ้ำที่มีน้ำไหลผ่าน บริเวณทางตอนใต้ของเมือง Waikato ค้นพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1887 โดย Fred Mace ชาวอังกฤษ ภายใต้การนำทางของหัวหน้าชาวเผ่าเมารีพื้นเมือง หลังจากที่มีการค้นพบในครั้งแรกก็มีการบอกต่อกันถึงความงดงามภายในถ้ำ ที่มีความสวยงามราวกับดวงดาวในท้องฟ้ายามค่ำคืน จนชื่อเสียงของถ้ำไวโทโมแพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง ทำให้ในปัจจุบันมีผู้คนหลั่งไหลมาเยือนอย่างมากมาย ถึงปีละ 4 แสนคนเลยทีเดียว ถ้ำไวโตโมประกอบไปด้วย 3 ถ้ำหลักคือ Ruakuri Cave, Aranui Cave และ Gardner's Gut ทั้งหมดมีหินงอก หินย้อย และ หนอนเรืองแสง ที่งดงามหนอนเรืองแสงในถ้าไวโตโมได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคคนจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยี่ยมชมภายในถ้ำไวโตโมนี้เป็นที่เติบโตของหนอนเรืองแสง (Glowworm) ซึ่งประเทศนิวซีแลนด์จะมีถ้ำหนอนเรืองแสงอีกแห่งทางเกาะใต้ หนอนเรืองแสงที่เห็นนั้นเป็นระยะตัวอ่อนของแมลงสัตว์ปีกเล็ก ๆ ที่มีลักษณะคล้ายยุงมีชื่อว่า Arachnocampa Luminosa ซึ่งจะ ปล่อยแสงออกมาจากตัวเพื่อล่อเหยื่อบินมาติดกับ หนอนเรืองแสงดูคล้ายกับแสงสะท้อนจากพุ่มไม้ หนอนเรืองแสงจะปล่อยเมือกเหนียว ๆ ลงมาเป็นสายจากเพดานถ้ำเป็นเส้น ๆ ดูคล้ายกลุ่มของเส้นใยไหมที่ละเอียดพวกมันจะวางโครงข่ายท่อบนเพดานถ้ำเพื่อเป็นทางสำหรับเคลื่อนที่ไปมาต่อมาพวกมันจะหย่อนเบ็ด ที่มีลักษณะคล้ายเส้นไหม ที่มีตุ่มน้ำเหนียวๆ ที่มีความยาวตั้งแต่ 1 - 50 เซนติเมตรลงมากกว่า 70 เส้นเมื่อ กับดักเสร็จสิ้น พวกมันจะรอให้เหยื่อที่หลงเข้ามาเล่นไฟ ที่เรืองแสงออกมาจากตัวของพวกมันเมื่อเหยื่อหลงเข้ามาก็จะติดกับเบ็ดที่ห้อยเอาไว้ ยิ่งดิ้นก็ยิ่งติดแน่นเข้า หนอนเรืองแสงจะเคลื่อนตัวไปตามโครงข่ายท่อที่วางไว้ ไปยังท่อของสายเบ็ดแล้ว โผล่ออกมาลากเหยื่อกับเข้าไปในท่อ เพื่อสังหาร และกินเป็นอาหาร

สะพานฮาร์เบอร์ สะพานฮาร์เบอร์ โครงสร้างผิวจราจรพาดผ่านโครงเหล็กถักรูปโค้ง (แบบ Trussed Through Arch) ตั้งอยู่บนอ่าวซิดนีย์ กลางเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นสะพานระนาบเดี่ยว ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำในทศวรรษ 1930 เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง เปิดใช้ในปีค.ศ. 1932

หอคอยสกายทาวเวอร์ สกายทาวเวอร์เป็นจุดสังเกตที่เด่นที่สุดของโอกแลนด์ หอคอยมีความสูง 1,076 ฟุต (328 เมตร) และมองเห็นวิวได้ไกลถึง 80 กิโลเมตรในทุกทิศทาง คุณจะได้ชมทัศนียภาพของเมือง มองเห็นบริเวณท่าเรือไปจนถึงภูเขา ขึ้นลิฟต์แก้วหนึ่งในสามตัวเพื่อไปยังจุดชมวิวหลักที่มีความสูง 610 ฟุต (186 เมตร) เหนือพื้นเบื้องล่าง ลิฟต์ทั้งหมดสามารถจุคนได้กว่า 220 คนในทุกๆ 15 นาที จึงไม่ต้องรอคิวขึ้นลิฟต์กันนาน จุดชมวิวหลักนั้นมีพื้นเป็นกระจก เมื่อถึงที่นั่นแล้ว คุณสามารถส่งโปสการ์ดจากตู้จดหมายที่อยู่สูงที่สุดในซีกโลกใต้ หรือจะลองสำรวจโอกแลนด์จากคอมพิวเตอร์หน้าจอสัมผัสก็ได้
สูงขึ้นไปยังมีจุดชมวิวที่สอง ซึ่งมีผนังจากพื้นถึงเพดานเป็นกระจกเกือบทั้งหมด ชั้นสกายเด็คนี้ต้องเสียค่าเข้าชมเพิ่มจากตั๋วจุดชมวิวหลัก แต่ที่ความสูง 722 ฟุต (220 เมตร) นี้ รับรองว่าคุณจะได้เห็นวิวที่ดีที่สุดของโอกแลนด์แน่นอน

เขาอีเดน ภูเขาอีเดนเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ทั้งก่อนและหลังยุคอาณานิคม มีชุมชนชนบทตั้งอยู่ข้างๆ ภูเขาไฟสงบลูกนี้ และนับเป็นบริเวณที่มีความสำคัญทั้งกับชาวเมารีและชาวอังกฤษที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน ผืนดินแห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยใช้เป็น “พา” ป้อมปราการของชาวเมารี พื้นผิวที่ลดหลั่นเป็นขั้นบันไดด้านข้างภูเขาไฟยังคงปรากฏจนถึงทุกวันนี้ และชาวเมารียังคงใช้ที่แห่งนี้ในการจัดพิธีกรรมสำคัญทางวัฒนธรรมอยู่ ภูเขาอีเดนเป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดของโอกแลนด์ มีความสูงประมาณ 640 ฟุต (196 เมตร) เหนือระดับน้ำทะเล คุณสามารถขึ้นไปยังปากปล่องภูเขาไฟที่ลึก 164 ฟุต (50 เมตร) ที่ด้านบนสุดได้โดยการเดินตามเส้นทาง ขับรถ และนั่งรถชัตเทิลบัสจากศาลาตรงเชิงภูเขาอีเดน สัมผัสทัศนียภาพของโอกแลนด์และพื้นที่โดยรอบจากยอดเขา

Leave a Reply