โปรวองซ์วิลเลจ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักการถ่ายรูปเป็นอย่างยิง รับรองว่าท่านจะต้องประทับใจ และได้ภาพสวยๆกลับบ้านติดไม้ติดมือไปคนละไม่น้อยทีเดียว นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับบรรยากาศสไตล์ฝรั่งเศส ทำให้เป็นที่มาของชื่อหมู่บ้านที่คนเรียกกัน เรียกได้ว่ามาเที่ยวเกาหลี และยังได้บรรยากาศแบบยุโรปด้วย ภายในหมู่บ้านถูกเติมแต่งความสดใสไว้อย่างงดงาม บ้านเรือนที่ถูกระบายสีสันต่างๆ มองดูหวานๆ ให้สีสด เหมือนลูกกวาดหลากสี จึงทำให้หมู่บ้านนี้ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า หมู่บ้านสีลูกกวาด บางที่ก็เรียกว่า หมู้บ้านฝรั่งเศส นั้นเอง ด้านในมีร้านค้าที่จัดร้านน่ารักๆ กุ๊กกิ๊กๆ สมกับเป็นเกาหลี ทั้งร้านขายเบเกอรี่ กิ๊ฟช้อป ร้านขายเครื่องครัว ร้านขายต้นไม้และดอกไม้ ร้านขายไอศกรีม ให้นักท่องเที่ยวได้ทั้งช้อป ทั้งชิม ทั้งแชะ จึงเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกทีหนึ่งของเกาหลีใต้เลยทีเดียว ถึงแม้บริเวณรอบๆหมู่บ้านจะมีพื้นที่ไม่ใหญ่มากนัก ใช้เวลา 30 นาที ก็น่าจะถ่ายรูปเก็บภาพสวยๆได้ทั่วแล้ว แต่เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากโซลมากทำให้นักท่องเที่ยวแต่ละวันมีจำนวนมากทีเดียว โดยไม่คิดค่าเข้า เรียกได้ว่าคุ้มสุดคุ้ม และที่สำคัญมีละครหลายเรื่องก็มาถ่ายทำ และใช้ location ของที่นี่ เช่นกัน เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลี ที่คนไทยนิยมไปกัน

สะพานกระจก Soyanggang Skywalk (소양강 스카이워크) พื้นสะพานเป็นกระจกนิรภัยใสมองเห็นพื้นน้ำเบื้องล่างสวยงาม อากาศดีที่นี้ได้ชื่อว่าเป็นสะพานกระจกที่เค้าว่ายาวที่สุดในเกาหลีด้วยนะคะ เปิดเข้าชมได้ปลายปีที่ผ่านมานี้เอง ที่นี้มีกฎให้ปฎิบัติตาม คือ ก่อนเข้าชมบนสะพาน ทุกคนจะต้องสวมผ้าหุ้มรองเท้าไว้อีกชั้นนึงด้วย เพื่อป้องกันรอยขีดข่วนที่เกิดจากรองเท้าไปทำลายกระจกเป็นรอยได้สุดปลายสะพานเป็นจุดชมวิวได้รอบ สามารถชมแสง สี LEDบริเวณสะพานได้ด้วยและสะพานแห่งนี้เปิดบริการตลอดทั้งปี สามารถมาเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน Seoraksan National Park (설악산국립공원) เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเกาหลีใต้ เที่ยวได้ตลอดทั้งปีซึ่งแต่ละฤดูก็งดงามแตกต่างกันออกไป แต่ฤดูที่นั่งท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวเกาหลีเองนิยมไปท่องเที่ยวปีนเขามากที่สุดก็คือช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะหุบเขาและทางเดินจะเต็มไปด้วยต้นเมเปิ้ลสีแดงส้มเหลืงสลับกับเกือบตลองทาง
ซอหรือ Seol แปลว่า หิมะ และ Ak แปลว่า ภูเขาใหญ่ ซึ่งได้ชื่อนี้มาเนื่องจากว่าหิมะบนยอดเขาซอรัคซานนั้นใช้เวลานานมากกว่าจะละลาย เขาซอรัคซานนั้นคลอบคลุมพื้นที่ถึง 4 เมืองด้วยกันก็คือ ซกโช (Sokcho), อินเจ (Inje), โกซอง (Goseong) และ ยางยาง (Yangyang) แต่เมืองที่นิยมไปพักก่อนที่จะขึ้นเขาก็คือเมืองซกโช เนื่องจากเป็นเมืองที่อยู่ใกล้ทางขึ้นใช้เวลานั่งรถเพียงแค่ประมาณ 30 นาทีเท่านั้นเอง
อุทยานแห่งชาติซอรัคซานมียอดเขาหลายยอดด้วยกัน ยอดที่สูงที่สุดชื่อ Daecheongbong ส่วนยอดเขานักท่องเที่ยวนิยมปีนกันก็คือยอดเขา Gwongeumseong Fortress อยู่ทางตะวันออกของอุทยานแห่งชาติซอรัคซาน เนื่องจากมี Cable car ที่สามารถนั่งขึ้นไปด้านบนได้ และเดินต่ออีกประมาณ 1.5 กิโลเมตรก็ถึงยอดเขา ทำให้ใช้เวลาไม่นานในการขึ้นไปพิชิตยอดเขาและชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของซอรัคซานด้านบน แต่หากมีเวลาและชอบปีนเขา แนะนำให้ปีนยอดเขา Ulsanbawi Rock ความยาวของเส้นทางประมาณ 3.8 กิโลเมตร ใน 2.8 กิโลเมตรแรกจะไม่ชันมาก ส่วน 1 กิโลเมตรสุดท้ายที่จะขึ้นไปยังยอดเขาเป็นทางเดินบันไดค่อนข้างชันพอสมควร แต่วิวทิวทัศน์ด้านบนสวยงามมาก

พิพิธภัณฑ์ศิลปะมีชีวิตอินซาดง(Insa-dong Alive Museum) ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,280 ตารางเมตรในย่านอินซาดง ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวบประวัติศาสตร์และบรรยากาศอันทันสมัยผสมผสานกันได้อย่างลงตัว รวมถึงนิทรรศการศิลปะภาพลวงตา สื่อดิจิตอล และผลงานอื่นๆอีกมากกว่า 100 ชิ้น ซึ่งภายในแบ่งออกเป็น 2 ชั้น คือชั้นใต้ดินระดับ 1 กับ 2 โดยผู้เข้าชมจะสามารถใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์โพสท่าทางให้สอดคล้องกับรูปภาพ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกับกลุ่มเพื่อน ครอบครัว และคู่รัก

ศูนย์โสมเกาหลี เป็นสถานที่แหล่งรวมศูนย์สมุนไพรโสม เพื่อฟังคำบรรยายถึงสรรพคุณต่างๆ ของโสมแต่ละชนิด โดยโสมที่ดีมีคุณภาพ ต้องมีอายุ 6 ปี รัฐบาลเกาหลีได้ใส่ใจกับเรื่องนี้อย่างมากจึงต้องเข้ามาควบคุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่ การเริ่มปลูกโสม จนกระทั้งการผลิตออกมาเป็นตัวยา “โสมเกาหลี” นั้นมีสารประกอบที่สำคัญอยู่หลายอย่างมีทั้งวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด แต่สารสกัดที่น่าสนใจที่สุดนั่นคือ “ซาโปนิน” ซึ่งมีการนำมาวิจัยเพื่อเปรียบเทียบสัดส่วนของสาร “ซาโปนิน” โดยแบ่งแยกชนิดไปตามสถานที่เพาะปลูกและสายพันธุ์ และพบว่าโสมเกาหลีนั้น มีสัดส่วนของสารซาโปนินและสารออกฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์มากที่สุด สมุนไพรโสม มีสรรพคุณมากมายไม่ว่าจะเป็นการรักษาเกี่ยวกับหลอดเลือด ความดันผิดปกติ การเมื่อยล้าจากการทำงานหนัก ใช้สมองอย่างหนัก และยังช่วยให้สดชื่นระหว่างวันทำงานได้อีกด้วย โดยท่านสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์โสมได้ในราคาที่ถูกกว่าเมืองไทย ถึงสองเท่า เหมาะแก่การที่จะเป็นของฝาก ของที่ระลึกแด่คนที่รักด้วย

พระราชวังชางด๊อกกุง หรือ พระราชวังชังด็อก เป็นหนึ่งในห้าพระราชวังที่สำคัญที่สุดของเกาหลี สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าแทจงแห่งราชวงศ์โชซ็อน เมื่อปี พ.ศ. 1948 (ค.ศ. 1405) แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 1955 (ค.ศ. 1412) ด้วยเหตุที่พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของพระราชวังคย็องบก (Kyeongbok Palace) ผู้คนจึงเรียกพระราชวังแห่งนี้ว่าพระราชวังตะวันออก (East Palace) ซึ่งต่อมาในรัชสมัยของพระเจ้าซอนโจ กษัตริย์องค์ที่ 14 แห่งโชซ็อนได้โปรดเกล้าฯ ให้ขยายสนามหญ้าของพระราชวังเป็น 500,000 ตารางเมตร ในปี พ.ศ. 2135 (ค.ศ. 1592) ขุนศึกญี่ปุ่น โทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิได้เข้ารุกรานเกาหลี กินเวลายาวนานถึง 7 ปี พร้อมกับเผาทำลายพระราชวัง ซึ่งในปีนี้เองเป็นปีที่ฉลองครบรอบ 200 ปีแห่งการสถาปนาราชวงศ์ โดยหลังจากผ่านสงคราม 7 ปีไปแล้ว พระราชวังก็ได้รับการบูรณะขึ้นอีกครั้งในปี พ.ศ. 2152 (ค.ศ. 1619) โดยพระเจ้าซอนโจ และองค์ชายควางแฮกุน แต่อีก 4 ปีต่อมา พระราชวังกลับเกิดเพลิงเผาวอดอีกครั้งในเหตุจลาจลที่ขุนนางไม่พอใจองค์ชายควางแฮและก่อการยึดอำนาจ สถาปนาองค์ชายนึงยางขึ้นเป็นพระเจ้าอินโจ พร้อมกับเนรเทศองค์ชายควางแฮไปเกาะคังฮวา จนพระราชวังถูกโจมตีอีกครั้งจากจักรวรรดิชิง (ประเทศจีน) แต่หลังจากนั้นพระราชวังก็ได้รับการสร้างใหม่ให้อยู่ในสภาพดั้งเดิม พระราชวังชังด็อกได้ถูกใช้เป็นที่ประทับขององค์กษัตริย์ ที่ว่าราชการ และที่ทำงานของขุนนางจนถึงปี พ.ศ. 2415 (ค.ศ. 1872) เมื่อพระราชวังคย็องบกซึ่งอยู่ข้างเคียงได้รับการสร้างขึ้นใหม่อีกครั้งโดยสมเด็จพระจักรพรรดิซุนจง (จักรพรรดิองค์สุดท้ายของจักรวรรดิเกาหลี) แต่อย่างไรก็ตามสมเด็จพระจักรพรรดิซุนจงนี้ก็ได้เสด็จมาประทับที่พระราชวังชังด็อกเรื่อยมากระทั่งเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2469 (ค.ศ. 1926) อย่างไรก็ตาม บรรดาสมาชิกราชวงศ์ลี (ราชวงศ์จักรพรรดิเกาหลี) ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันซึ่งยังไม่มีสถานะเป็นประมุแห่งรัฐอย่างเป็นทางการนั้น หากในอนาคตสถาบันจักรพรรดิเกาหลีถูกฟื้นขึ้นในฐานะสัญลักษณ์แห่งรัฐ (ระบอบประชาธิปไตยอันมีสมเด็จพระจักรพรรดิเป็นประมุข) พระราชวังแห่งนี้น่าจะเป็นสถานที่ใช้ในการประกอบพิธีบรมราชาภิเษกเพื่อการขึ้นเสวยราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดิ

ย่านช้อปปิ้งเมียงดง หรือ มยองดง (Myeong-dong) ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซล เป็นย่านช้อปปิ้งที่ฮิตและคักคักที่สุดของกรุงโซล ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน อีกทั้งยังสามารถเดินทางได้สะดวก นับว่าเป็นศูนย์กลางของการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมเลยทีเดียว ภายในตลาดเมียงดงเต็มไปด้วยร้านค้า และร้านอาหารนับไม่ถ้วน เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดฮิตของนักท่องเที่ยวและนักช้อป

N Seoul Tower โซลทาวเวอร์ หรือ นัมซาน ทาวเวอร์ (N Seoul Tower) เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองโซล เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1980 ตั้งอยู่บนยอดเขานัมซัง สูง 236 เมตร ให้วิวเมืองโซลและบริเวณรอบๆแบบ พาโนราม่า นับว่าเป็นหนึ่งในทาวเวอร์ที่ให้วิวสวยที่สุดในเอเชีย โซลทาวเวอร์ ได้รับการ renovate ใหม่ปี 2005 จึงได้ชื่อใหม่เป็น N Seoul Tower โดย N ที่เพิ่มขึ้นมานั้นย่อมาจาก new look หรือ รูปแบบใหม่ โดยมีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาการต่างๆ ทั้งการให้แสงไฟที่หลากหลายและสวยงามขึ้น รวมถึงภายในที่ตกแต่งใหม่ โดยมีร้านอาหารบนหอคอยที่จะหมุนครบรอบทุกๆ 48 นาที ชื่อว่า N Grill และห้องน้ำตกแต่งสไตล์อวกาศ จุดไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เลยเมื่อมาเที่ยว Seoul Tower นั่นก็คือ สถานที่คล้องกุญแจชื่อดัง Love Key Ceremony ที่มีความเชื่อว่าคู่รักที่มาคล้องกุญแจที่จะมีความรักที่ยืนยาวไปตลอดกาล โดยที่จะเขียนข้อความหรือชื่อของคู่รักไว้บนแม่กุญแจ แล้วนำไปคล้องไว้กับราวเหล็กบริเวณฐานของ N Seoul Tower นั่นเอง

Hongik Street หรือ ฮงแด (Hongdae) เป็นย่านช้อปปิ้งบริเวณด้านหน้าของมหาวิทยาลัยฮงอิก(Hongik University) จึงเป็นศูนย์รวมเด็กวัยรุ่นและเด็กมหาวิทยาลัย เป็นอีกเส้นหนึ่งที่มีบรรยากาศโรแมนติก อีกทั้งยังมีร้านกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ แกลเลอรี่ ร้านค้าจำหน่ายสินค้าแฟชั่น คลับ ตลาดศิลปะ และร้านอาหารที่น่าสนใจในหมู่วัยรุ่นอายุ 20-30 ปีที่นิยมมาเดินเล่น ราคาของสินค้าและร้านอาหารต่างๆก็ยังไม่แพงอีกด้วย ซึ่งจะคึกคักเป็นพิเศษตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นต้นไป เพราะร้านค้าแต่ละร้านจะทยอยเปิดให้บริการ ของที่ขายกันเยอะส่วนใหญ่ก็จะเป็นสินค้าแฟชั่น เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ของกิ๊ฟช้อป เครื่องเขียน และที่เยอะไม่แพ้กันก็คือขนมต่างๆ

Busan Tower & Yongdusan Park อุทยานยงดูซาน (Yongdusan Park) ตั้งอยู่ในตัวเมืองปูซาน และเป็นหนึ่งใน 3 ภูเขาที่เป็นที่นิยมมากที่สุด ที่มาของชื่อ “ยงดูซาน (Yongdusan)” นั้น มาจากลักษณะรูปร่างของภูเขาที่เหมือนกับหัวมังกร ซึ่งหันหน้าเข้าสู่ฝั่งทะเล เพื่อป้องกันและกำจัดศัตรูที่มาจากทะเลนั่นเอง ในระหว่างสงครามเกาหลี ผู้อพยพพากันหนีขึ้นมาสร้างบ้านเรือนอาศัยกันบนภูเขา และเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ถึง 2 ครั้ง ทำให้ต้นไม้บนภูเขาถูกไฟเผาทำลาย จึงมีความพยายามในการฟื้นฟูปลูกต้นไม้ขึ้นมาใหม่ และจัดสร้างเป็นสวนสาธารณะขึ้นมา บริเวณของอุททยานมีพื้นที่ประมาณ 69,000 ตารางเมตร ประกอบไปด้วยสวนสวยที่มีพรรณไม้กว่า 70 สายพันธุ์, ศาลเจ้าที่สร้างขึ้นโดยชาวญี่ปุ่นในยุคล่าอาณานิคมของญี่ปุ่น, อนุสาวรีย์ Cheokhwabi, Chunghontap อาคารอนุสรณ์เพื่อลำรึกถึงเหยื่อในสงครามเกาหลี, อนุสาวรีย์ของนักศึกษาที่ต่อต้านรัฐบาลในเหตุการณ์ปฏิวัติ 4.19, รูปปั้นของนายพล Lee Susin ผู้บัญชาการทหารที่ดีที่สุดในสมัยราชวงศ์โชซอน (1392-1910) และพิพิธภัณฑ์เครื่องดนตรี นอกจากนี้ สวนแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของปูซานทาวเวอร์ (Busan Tower) ซึ่งเป็นสถานที่นิยมอีกแห่งหนึ่งของปูซาน สำหรับชั้นแรกของหอคอย เป็นบริเวณขายของที่ระลึก และงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิมของเกาหลี เช่น มาสก์, พวงกุญแจ, กระเป๋า, เครื่องปั้นดินเผา, ตุ๊กตา และอื่น ส่วนด้านบนสุดของหอคอยเป็นจุดสำหรับชมวิวทิวทัศน์ของเมืองปูซาน ที่สวยงามทั้งในยามกลางวัน และยามค่ำคืน

ตลาดปลาจากัลชี(Jagalchi Fish Market, 자갈치시장(부산)) เป็นตลาดปลาและอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี และยังเป็นอีกหนึ่งแลนมาร์คของเมืองปูซานอีกด้วย โดยมีคนขายส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่เรียกกันว่า “Jagalchi Ajumma” ที่แปลว่าได้ประมาณว่าคุณป้าจากัลชี(แปลตรงตัวคือ ผู้หญิงวัยกลางคนที่แต่งงานแล้ว) ที่ตลาดปลาจากัลชียังเป็นสถานที่สำหรับลิ้มลองอาหารทะเลสดใหม่ เช่น เนื้อปลา หอย กุ้ง ปู หรือเนื้อปลาวาฬก็มีขาย และภายในตลาดก็จะมีร้านอาหารทะเลสดๆขายให้ลองชิมกันด้วย นอกจากนี้ ยังจะได้เห็นวิถีชีวิตจริงๆของผู้ในเมืองปูซานด้วย ทุกๆปีช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคม จะมีการจัดงานเทศกาลจากัลชี(Busan Jagalchi Festival)ที่ตลาดแห่งนี้ด้วย จัดขึ้นประมาณปีละ 3 วัน แต่ละปีวันที่จัดจะไม่เหมือนกัน

วัดพุลกุกซา (เกาหลี: 불국사, ฮันจา: 佛國寺, MC: Bulguksa, MR: Pulguksa) เป็นวัดในพระพุทธศาสนา ตั้งอยู่ที่จังหวัดคย็องซังเหนือ ประเทศเกาหลีใต้ เป็น 1 ในมรดกโลก ของเกาหลีใต้ วัดนี้ถือว่าเป็นผลงานชิ้นสุดยอดในยุคทองของพระพุทธศาสนาในราชอาณาจักรชิลลา

หมู่บ้านประวัติศาสตร์ฮาฮเว หมู่บ้านมรดกโลกอย่าง Hahoe นั้นตั้งอยู่กลางท่องทุ่งนาภายใต้อ้อมกอดของทิวเขาโซเเบ็กซัน โดยห่างออกมาจากเมืองอันดงทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ราวๆ 27 กิโลเมตร โดยมันเป็นหมู่บ้านเกาหลีโบราณที่ยังมีชีวิต คำว่ามีชีวิตนี้คือ บ้านเรือนเก่าเเก่ในหมู่บ้านทั้งหมดนั้นยังผู้คนอาศัยใช้ชีวิตอยู่จริงๆ ไม่เหมือนหมู่บ้านอื่นๆ ที่เป็นเหมือนการเเสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันเท่านั้น ภายใน หมู่บ้านฮาฮเว มีบ้านเรือนเเบบหลังคามุมฟางเเละมุมกระเบื้องตั้งอยู่รวมกันกว่า 170 หลัง เเต่ละหลังนั้นก็มีอายุอานามปาเข้าไปมากกว่า 600 ปีตั้งเเต่สมัยโชซอน ส่วนในเรื่องของวัสดุที่นำมาก่อสร้างบ้านนั้นก็จะเป็นพวกหินดินเผาเเละไม้ ส่วนหลังคาไม่มุมด้วยฟางก็จะเป็นกระเบื้องดินเผา โดยผู้คนเจ้าของบ้านเหล่านี้ก็ยังคงอาชีพเกษตรกรรมเสียเป็นส่วนใหญ่ เเละส่วนใหญ่เเล้วจะมีเเต่ผู้สูงอายุเท่านั้นที่อยู่ในหมู่บ้าน โดยบ้านเเต่ละหลังก็มีวิถีชีวิตที่เเตกต่างกันออกไป บางหลังก็ยังใช้ชีวิตเเบบเดิมๆ หุงหาอาหารด้วยฟืน ในขณะที่หลายๆ หลังก็มีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน

สวนสนุก เอเวอร์แลนด์ (Everland, 에버랜드)เป็นสวนสนุกขนาดใหญ่และดีที่สุดแห่งหนึ่งของเกาหลี ที่มีสิ่งที่น่าสนใจนอกเหนือจากโซนสวนสนุกอีกหลายอย่าง และยังมีการจัดงานเทศกาลต่างๆ ตลอดทั้งปีอีกด้วย อยู่ที่เขต Yongin-si จังหวัด Gyeonggi-do

เกาะนามิ (Namiseom Island, 남이섬 종합휴양지)หรือนามิโซมเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวหลักที่ห้ามพลาดของประเทศเกาหลี อยู่ห่างจากกรุงโซลประมาณ 60 นาที มีชื่อโด่งดังไปทั่วโลกจากซีรี่ย์ยอดฮิตเรื่อง winter sonata หรือชื่อไทยว่า เพลงรักในสายลมหนาว เกาะนามิเกิดขึ้นจากผลของการกั้นน้ำเพื่อสร้างเขื่อน มีพื้นที่ประมาณ 270 ไร่ มีลักษณะเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว บนเกาะนี้มีชื่อเสียงในหมู่คนเกาหลีมานานเนื่องจากมีธรรมชาติที่สวยงามยังมีสัตว์เล็กๆอาศัยอยู่ตามธรรมชาติเช่น กระรอก กระแต นก หงส์ ห่าน รวมถึงนกกระจอกเทศด้วย และที่นี่จะนำสายไฟลงใต้ดินทั้งหมด เพียงรักษาความเป็นธรรมชาติเอาไว้ โดยช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวมามากที่สุดจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพราะต้นไม้มากมายที่นี่จะเปลี่ยนสีเหลือง สีแดง สีส้ม โดยเฉพาะทางเดินใต้ต้นแปะก๊วยที่จะเปลี่ยนใบเป็นสีเหลืองสดสวยงามมาก แต่ที่นี่คนจะเยอะตลอดทุกฤดู

ตลาดทงแดมุน หรือ ตลาดดงแดมุน (Dongdaemun Market) เมื่อมาถึงเกาหลีใต้ แต่ก็ยังไม่ว่ายังนึกถึงเวลาตอนอยู่ประเทศไทย ที่ได้เดิน JJ Mall หรือตามตลาดคนเดินใหญ่ๆ ถ้ายังอยากสัมผัสกับการช้อปของใช้และสินค้าแบรนด์เนม หรือของก๊อปปี้ที่มีคุณภาพดีๆอยู่ล่ะก็ ขอแนะนำเลยว่าให้มาลองเดินหาซื้อของฝากหรือซื้อไปใช้กันเองที่ ตลาดทงแดมุนเป็นตลาดค้าปลีกค้าส่งเสื้อผ้าแฟชั่นในย่านทงแดมุนที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี มีช้อปปิ้งมอลล์ทั้งหมด 26 ตึก, ร้านค้ามากกว่า 30,000 ร้าน และโรงงานกว่า 50,000 แห่ง เปิดตั้งแต่ประมาณ 10.30 ถึงตี 5 ปิดทุกวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เป็นแหล่งซื้อของที่ขึ้นชื่ออย่างมากอีกแห่งของเกาหลีใต้เลยก็ว่าได้ จัดว่าเป็นตลาดที่อยู่ในย่านที่พัฒนาเต็มพิกัดแล้วอย่าง เขตทงแดมุนกู ละแวกนี้มีแต่อาคารและตึกสูงๆดูโอ่อ่า หรูหรามากเลยทีเดียวจากพื้นที่ของย่านตลาดทงแดมุน จะมีห้างสรรพสินค้าชื่อดังมากมายตั้งอยู่เต็มไปหมด ทั้งห้างขายเสื้อผ้าที่มีอยู่หลากหลายแบรนด์ด้วยกัน หรือจะมีทั้ง Doosan Tower ที่ซึ่งอาคารนี้ก็ไม่ใช่อาคารที่ไม่คุ้นอะไร เพราะนี่คืออาคารที่เป็นจุดตั้งของห้าง Doota ที่มีชื่อเสียงของย่านนี้นั่นเอง แล้วยังมีอาคารมิกลิออเร่ ที่จัดได้ว่าเป็นห้างที่มีการจัดระเบียบและโซนในการจัดจำหน่ายสินค้าที่เข้าขั้นเป็นระเบียบเรียบร้อยมากที่สุดอีกแห่ง ทำให้ค้นหาสินค้าได้ง่ายอีกด้วย ชั้นใต้ดินของอาคารนี้ ก็เหมาะสำหรับคุณแม่บ้านพ่อบ้านทั้งหลายที่จะมาซื้อกับข้าวและของใช้ในซุปเปอร์มาร์เก็ต

Leave a Reply