สาธารณรัฐเช็ก

ปราสาทครุมลอฟ ส่วนของปราสาทที่สวยงามและหอคอยสีชมพูของปราสาทที่มีอายุกว่า 700 ปี ผ่านการครอบครองของขุนนางถึง 3 ตระกูล ที่ใช้เป็นคฤหาสน์ส่วนตัว ก่อนจะตกเป็นสมบัติของรัฐบาลในที่สุด เป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของสาธารณรัฐเช็ครองจากปราสาทปร๊าก เป็นปราสาทยุคกลาง ยุคอัศวินขี่ม้าสวมเกราะเหล็กป้องกันปราสาทซึ่งปากทางเข้าประตูจะมีหลุมขุดอันเป็นที่กักขังหมีที่ดุร้าย ทั้งนี้เพื่อเป็นปราการป้องกันด่านแรก ภายในปราสาทมีห้องต่าง ๆ อาทิ ห้องสวดมนต์เซนต์จอจห์ผู้ปราบมังกรซึ่งชาวยุโรปนับถือว่าเป็นนักบุญผู้ปกป้องเมือง ห้องนอนของเหล่าอัศวินและเจ้าผู้ครองเมือง ห้องอาหารในยุคกลางที่มีจานชามอายุกว่า 500 ปี ตรงกลางโต๊ะมีแก้วเบียร์จัดตามจำนวนคนที่บรรจุได้เกือบ 2 ลิตรโดยตามธรรมเนียมทุกคนต้องดื่มให้หมดก่อนเริ่มลงมือรับประทานอาหาร ห้องรับรองจัดตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และงาช้าง ห้องเก็บภาพ ห้องโถงสำหรับจัดงานเลี้ยง เต้นรำ ซึ่งมีการวาดภาพด้วยเทคนิคที่แปลกตาอันเป็นต้นกำเนิดก่อนที่ช่างจะนำไปเผยแพร่และได้รับความนิยมมากสุดในอิตาลี

เชสกีกรุมลอฟ (เช็ก: Český Krumlov) เป็นเมืองขนาดเล็กในภูมิภาคโบฮีเมียใต้ของประเทศเช็กเกีย มีชื่อเสียงจากสถาปัตยกรรมและศิลปะของเขตเมืองเก่าและปราสาทกรุมลอฟ ซึ่งเขตเมืองเก่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก
ชื่อเมืองเชสกีกรุมลอฟ ("กรุมลอฟโบฮีเมีย") นี้ตั้งขึ้นเพื่อแยกความแตกต่างจากเมืองมอรัฟสกีกรุมลอฟ (Moravský Krumlov, "กรุมลอฟมอเรเวีย") ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ชสกีกรุมลอฟเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญ โดยเป็นสถานที่จัดเทศกาลและงานรื่นเริงต่าง ๆ มากมายในแต่ละปี ที่รู้จักกันมากที่สุดคือ เทศกาลกุหลาบห้ากลีบ (Five-petalled Rose Festival) ซึ่งจะเฉลิมฉลองในวันสุดสัปดาห์ในเดือนมิถุนายน ในเขตใจกลางเมืองจะปิดการจราจรและประดับตกแต่งเหมือนเมืองในยุคกลาง พร้อมทั้งช่างฝีมือ ศิลปิน นักดนตรี และชาวเมืองที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบบยุคกลาง ในเทศกาลมีกิจกรรมมากมาย เช่น การประลองบนหลังม้า ฟันดาบ เต้นรำพื้นเมือง และแสดงละคร กิจกรรมเหล่านี้จัดขึ้นที่ปราสาท สวนสาธารณะ ริมฝั่งแม่น้ำ และสถานที่อื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีการแสดงดอกไม้ไฟที่จัดขึ้นเหนือปราสาท

ปราสาทแห่งกรุงปราก สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 11 ด้วยศิลปะแบบโกธิค กินเนสส์บุ๊คได้บันทึกไว้ว่า เป็นปราสาทที่มีการเชื่อมโยงกันระหว่างส่วนประกอบต่างๆ ของปราสาทที่ใหญ่ และซับซ้อนที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่ถึง 70,000 ตารางเมตร (437.5 ไร่) และในปัจจุบันได้ใช้งานเป็นทำเนียบของประธานาธิบดี ภายในบริเวณปราสาท มีมหาวิหารเซนต์วิตัสที่โดดเด่นเป็นสง่า สไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในเมืองปรากและด้านในมีการตกแต่งด้วยกระจกสีเป็นภาพนักบุญ และเรื่องราวทางศาสนาคริสต์ และถูกใช้เป็นที่เก็บพระศพของเหล่ากษัตริย์โบฮีเมีย

สะพานชาร์ลส์ (Charles Bridge) เป็นสะพานเก่าแก่สไตล์โกธิกที่ทอดข้ามแม่น้ำวัลตาวาที่เชื่อมระหว่าง Old Town และ Little Town สะพานสร้างในปี 1357 ในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 มาเสร็จสมบูรณ์ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 มีความยาว 520 เมตร กว้าง 10 เมตร มีตอม่อค้ำยัน 16 ตอ จุดเด่นของสะพานนี้ก็คือรูปปั้นโลหะของเหล่านักบุญสไตล์บารอกที่ตั้งอยู่สองข้างสะพานราว 30 องค์ ซึ่งหนึ่งในจำนวนนี้มีรูปปั้นของเซนต์จอห์น เนโปมุก (St. John Nepomuk Little Town) เป็นรูปปั้นที่เก่าแก่ที่สุดบนสะพาน สร้างเมื่อปีค.ศ. 1683 สะพานแห่งนี้เปรียบเสมือนเป็นอีกสัญญลักษณ์หนึ่งของกรุงปราก มีชื่อเสียงไปทั่วโลก และเป็นหนึ่งในสะพานที่งดงามมากที่สุดในยุโรป

จัตุรัส Old Town (Staromestske Namesti) ยังคงเป็นพื้นที่สาธารณะสำคัญของชาวปรากเช่นเดียวกับเมื่อหลายพันปีที่แล้ว
ครั้งหนึ่ง บริเวณนี้เคยเป็นศูนย์กลางเมืองปรากที่มีผู้คนพลุกพล่าน ทุกวันนี้ ที่นี่ยังคงคึกคักและกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของปรากที่คุณต้องมาเยี่ยมเยือน หากคุณจะเที่ยวปราก จัตุรัสแห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางที่ดีเยี่ยม เพราะคุณจะได้สัมผัสกับประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมือง ซื้อหาแผนที่ ขอข้อมูลการเดินทาง รวมทั้งจิบกาแฟในร้านอาหารกลางแจ้งบริเวณจัตุรัส ดื่มด่ำกับบรรยากาศของยุโรปในยุคโบราณขณะเดินออกจากร้านค้าสีสันสดใสไปยังร้านอาหารรอบๆ จัตุรัส จัตุรัสกลางเมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวา คุณจะพบนักแสดงเร่ ศิลปิน และไกด์นำเที่ยวได้มากมาย จากใจกลางจัตุรัสหรือหอคอยชมวิว คุณจะได้เห็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นที่สุดในกรุงปรากแบบ 360 องศา ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ Týn สไตล์โกธิค โบสถ์ St. Nicholas สไตล์บาโรค และหอนาฬิกา Astronomical Clock ยุคกลาง

Leave a Reply