ฮังการี

จัตุรัสวีรชน (Hősök Tere) เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดในบูดาเปสต์ และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางกิจกรรมในการเฉลิมฉลองครบรอบพันปีของฮังการีในปี 1896 ที่นี่เป็นที่ตั้งของ Millennium Monument ซึ่งสูงตระหง่านเป็นจุดเด่นของจัตุรัส อนุสาวรีย์นี้ได้รับการออกแบบโดย Albert Schickedanz ในปี 1894 ่สำหรับการเฉลิมฉลอง แต่สร้างแล้วเสร็จในปี 1929 สามปีหลังจากนั้นบริเวณนี้จึงได้รับการตั้งชื่อว่าจัตุรัสวีรชน Millennium Monument เป็นเสาสีขาวซึ่งมีความสูง 36 เมตร ที่ยอดเสามีรูปปั้น Gabriel หัวหน้าทูตสวรรค์ยืนอยู่ บนแนวเสาด้านล่างเป็นที่ตั้งของรูปปั้นที่เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงสงครามและความสงบ งานและสวัสดิภาพ รวมถึงความรู้และความรุ่งเรือง คุณจะพบรูปปั้นที่ระลึกถึง Árpád ซึ่งเป็นผู้นำชาวฮังการีในการชาวพิชิตคาร์ปาเชียนในปี 895 และหัวหน้าเผ่าฮังการีเจ็ดท่านบนหลังม้าวางอยู่รอบฐาน ในช่วงที่โซเวียตยึดครองบูดาเปสต์นั้น จัตุรัสแห่งนี้ถูกใช้สำหรับการเฉลิมฉลองทางการทหารและโอกาสพิเศษของคอมมิวนิสต์อยู่บ่อยๆ ในขณะที่ศพของ Imre Nagy ซึ่งเป็นผู้นำชาวฮังการีในการลุกฮือต่อต้านโซเวียตในปี 1956 ได้รับการนำมาฝังใหม่ที่จัตุรัสนี้ในปี 1989 นอกจากนี้ยังมีหลุมศพของทหารนิรนามอีกด้วย ขอแนะนำให้คุณมาเยี่ยมชมที่นี่ในตอนเช้าก่อนที่จัตุรัสและสวนจะเนืองแน่นไปด้วยผู้คน การเดินชมจัตุรัสใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่อย่าลืมเผื่อเวลาในการชมสวน แกลเลอรี่ และพิพิธภัณฑ์ด้วย ทางด้านหนึ่งของจัตุรัสเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ (Szépművészeti Múzeum) และอีกด้านเป็นที่ตั้งของ Hall of Art จัตุรัสนี้เป็นทางเข้าหลักของสวนประจำเมือง (Varosliget) ซึ่งมีสถานที่น่าสนใจมากมาย เช่น ปราสาท Vajdahunyad (Vajdahunyadvár) สวนสัตว์สาธารณะ และบ่อน้ำร้อน ไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับการเข้าชมจัตุรัสวีรชน หรือสวนประจำเมือง จัตุรัสวีรชน อยู่ในฝั่งเปสต์ของบูดาเปสต์ โดยอยู่สุดทางเดินของถนน Andrássy Avenue จากแม่น้ำดานูบ มีระบบรถไฟใต้ดินเก่าแก่ที่ยังเปิดให้บริการโดยวิ่งขนานกับรถไฟใต้ดินของถนน นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารและรถรางที่จอดบริเวณจัตุรัสอีกด้วย จากที่นี่ คุณสามารถเดินไปยังแม่น้ำดานูบซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 3.2 กิโลเมตรและใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง

Fisherman’s Bastion เป็นจุดชมวิวที่โดดเด่นและมีความงดงามพอๆ กับทิวทัศน์ที่นำเสนอ ป้อมปราการพร้อมป้อมปืนสีขาวตั้งตระหง่านอยู่ที่ส่วนบนสุดของพื้นที่ Castle Hill เผยให้เห็นทัศนียภาพของแม่น้ำดานูบและซีกตะวันออกของเมืองบูดาเปสต์ พกกล้องของคุณมายังจุดชมวิวที่น่าประทับใจนี้เพื่อเก็บภาพแสงไฟยามค่ำคืนของเมืองเมื่อพระอาทิตย์อัสดง ป้อมปราการนี้มีพื้นที่ลานระเบียงขนาดใหญ่ที่กลมกลืนเข้ากันกับสไตล์นีโอโกธิคและสไตล์ฟื้นฟูโรมาเนสก์ เดินเล่นบริเวณรอบๆ ลานระเบียงเพื่อชมส่วนประกอบอันวิจิตร อาทิ หอคอยทั้งเจ็ดที่เป็นสัญลักษณ์แทนชนเผ่ามอยอร์แห่งศตวรรษที่ 9 ชมอนุสาวรีย์ที่อุทิศให้แด่พระเจ้าสตีเฟ่นที่ 1 แห่งฮังการี รูปปั้นของกษัตริย์นักบุญผู้นี้ประทับอยู่บนม้าเหนือภาพบรรยายเรื่องราวชีวิตหลากหลายตอนของพระองค์ ขึ้นบันไดและเดินไปตามทางเดินที่อ้อมรอบสถานที่ที่เหมือนฝันแห่งนี้ สังเกตดูว่าต้นไม้ที่ปีนป่ายอยู่ตามด้านข้างลานระเบียงซึ่งถูกสร้างขึ้นในลักษณะที่กลมกลืนกับภูเขา เข้าไปเยือนภายในโบสถ์เซนต์ไมเคิล โบสถ์ใต้ดินแห่งยุคกลางที่ถูกค้นพบในระหว่างการก่อสร้างภายในพื้นที่ ไปเยือนโบสถ์ Gothic Matthias แห่งศตวรรษที่ 14 ที่อยู่ติดกัน ครั้งหนึ่ง ที่นี่ถือได้ว่ามีโครงสร้างที่ใหญ่และมีความสำคัญมากที่สุดในอาณาจักรฮังการียุคกลาง ไปชมสิ่งของจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Ecclesiastical ที่บอกเล่าเรื่องราวความงามที่เกี่ยวข้องกับประวัติทางศาสนาของฮังการี คอลเล็กชันนี้ครอบคลุมผลงานแกะสลักหินและเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ของยุคกลาง รับฟังเรื่องราวประวัติของผลงานสถาปัตยกรรมที่เป็นแบบฉบับนี้ ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย Frigyes Schulek หลังจากที่ถูกทำลายเสียหายอย่างหนักในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 บุตรชายของสถาปนิกเจ้าของผลงานก็ได้วางแผนการสร้างใหม่ขึ้น ลานระเบียงและส่วนอื่นๆ อีกหลายส่วนของอาคารเปิดตลอดเวลา ในขณะที่ส่วนที่เหลือของ Fisherman’s Bastion เปิดเฉพาะในช่วงเวลากลางวัน ในวันที่ฝนตก หาที่กำบังบริเวณทางเดินที่มีหลังคาคลุม มีการคิดค่าธรรมเนียมเล็กน้อย แต่จะได้รับการยกเว้นในฤดูหนาว Fisherman’s Bastion มีที่ตั้งในระยะที่สามารเดินถึง เมื่อเดินไปทางด้านตะวันตกจากแม่น้ำดานูบในบูดาเปสต์ตอนกลาง เดินขึ้นไปทางเหนือจาก Buda Castle เป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงจุดชมวิวที่มีลักษณะเป็นลานระเบียง เดินทางมาเยือนโดยรถไฟใต้ดินที่ Batthhyány tér สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ พระราชวัง Sandor และสะพาน Széchenyi Chain

มหาวิหารแมททิอัส (MATTHIAS CHURCH) โบสถ์เก่าแก่ที่ได้รับผลกระทบจากกการ ปกครองในแต่ละยุคแต่ละสมัย อาทิ ถูกดัดแปลงให้เป็นมัสยิดเมื่อครั้งถูกยึดครองด้วยชาวเติร์ก ซึ่งมีหลังคาสลับสีอันสวยงามของ สถาปัตยกรรมแบบนีโอ โบสถ์นี้เคยใช้จัดพิธีสวมมงกุฎให้กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์ ชื่อโบสถ์มาจากชื่อกษัตริย์แมทธิอัส ซึ่งพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถมาก ในสมัยของพระองค์ถือว่าเป็นสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาอย่างแท้จริง สิ่งก่อสร้างที่งดงามเกิดขึ้นมากในเมืองหลวงและเมืองอื่นๆ ซึ่งโบสถ์นี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้เรียบร้อยแล้ว

แม่น้ำดานูบ (อังกฤษ: Danube River) เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในสหภาพยุโรป และยาวเป็นอันดับสองของทวีปยุโรป (รองจากแม่น้ำวอลกา) มีต้นกำเนิดที่แถบป่าดำ (อังกฤษ: Black Forest; เยอรมัน: Schwarzwald) ในประเทศเยอรมนี เกิดจากแม่น้ำเล็กๆ สองสาย คือ Brigach และ Breg ซึ่งไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำดานูบที่เมือง Donaueschingen แม่น้ำดานูบไหลจากป่าดำไปทางทิศตะวันออกผ่านเมืองหลวงและเมืองสำคัญๆ ของประเทศต่างๆ ในยุโรปตะวันตกและยุโรปตะวันออก ก่อนที่จะไหลผ่านดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำดานูบ (Danube Delta) และแยกลงสู่ทะเลดำที่ประเทศโรมาเนียและยูเครน มีความยาวประมาณ 2,845 กม. (ความยาวจากแหล่งต้นน้ำ คือ แม่น้ำ Berg ถึงทะเลดำ 2,888 กม.) ความยาวที่เรือสามารถเดินได้ 2,415 กม. แม่น้ำดานูบเป็นทางน้ำที่สำคัญต่อนานาประเทศมายาวนานหลายศตวรรษจวบจนกระทั่งปัจจุบัน ในประวัติศาสตร์เคยเป็นปราการที่สำคัญของอาณาจักรโรมัน แม่น้ำดานูบไหลผ่านและเป็นเส้นแบ่งอาณาเขตของ 10 ประเทศ ได้แก่ เยอรมนี ออสเตรีย สโลวาเกีย ฮังการี โครเอเชีย เซอร์เบีย บัลแกเรีย โรมาเนีย มอลโดวา ยูเครน และยังเป็นที่ลุ่มที่รองรับน้ำจากหลายๆ ประเทศ ได้แก่ อิตาลี โปแลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ สาธารณรัฐเช็ก สโลวีเนีย บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา มอนเตเนโกร สาธารณรัฐมาซิโดเนีย มอลโดวา และแอลเบเนีย

Leave a Reply